พลิกโฉมอนาคตของห้างสรรพสินค้าในเอเชีย

การค้าปลีกออนไลน์ได้เปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค แต่เจ้าของอสังหาริมทรัพย์ในสิงคโปร์ยังคงเกาะกระแสการเติบโตของชนชั้นกลางในเอเชียด้วยการเปลี่ยนห้างสรรพสินค้าให้กลายเป็นศูนย์รวมไลฟ์สไตล์ด้านความบันเทิงแบบครบวงจร

เอเชียเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจโลก ขนาดของเศรษฐกิจภูมิภาคคิดเป็นสัดส่วน 45% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) รวมทั่วโลกในปี 2019 เพิ่มขึ้นจาก 29.3% ในปี 2000 ซึ่งตัวเลขดังกล่าวคาดว่าจะยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง1 และควบคู่ไปกับแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น กำลังซื้อของชนชั้นกลางที่สูงขึ้นในเอเชียก็ได้เพิ่มแซงหน้ายุโรปและอเมริกาเหนือ นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าในขณะที่การขยายตัวของเมืองยังคงดำเนินต่อไป การใช้จ่ายเพื่อบริโภคของชนชั้นกลางในเอเชียน่าจะมีสัดส่วนได้ถึง 57% ของการใช้จ่ายเพื่อบริโภคของชนชั้นกลางทั่วโลกภายในปี 2030 (ดูรูปที่ 1)

รูปที่ 1 : ยอดการใช้จ่ายของชนชั้นกลางทั่วโลก (PPP, ณ ราคาคงที่ปี 2011 หน่วยสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐและสัดส่วน)2

fig1-asian-reits

ในขณะเดียวกัน การค้าปลีกออนไลน์ได้มีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค ซึ่งนับเป็นความท้าทายต่อผู้ค้าปลีกแบบดั้งเดิมหลายๆ ราย ยกตัวอย่างผู้ประกอบร้านค้าปลีกแบรนด์ HMV ซึ่งมักจะถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นตัวอย่างอยู่บ่อยครั้งสำหรับการเปลี่ยนรูปแบบไปสู่การช้อปปิ้งออนไลน์ และได้พังทลายโมเดลการค้าปลีกที่ใช้หน้าร้านแบบดั้งเดิม ในครั้งหนึ่ง HMV เคยครองตลาดได้อย่างมาก จากทั้งสาขาที่มีอยู่ตามท้องถนนและในศูนย์การค้าทั่วโลก ร้านค้าแบรนด์นี้ขายทุกอย่างนับตั้งแต่แผ่นเสียงไปจนถึงซีดีและดีวีดี ก่อนที่จะปิดตัวร้านค้าในอเมริกา ออสเตรเลีย แคนาดา ไอร์แลนด์ และสิงคโปร์ รวมทั้งปิดร้านที่เป็นเครือข่ายสาขาในฮ่องกงด้วย

พลิกโฉมประสบการณ์ช้อปปิ้ง

ในทางตรงกันข้ามกับประเทศขนาดใหญ่อย่างเช่นสหรัฐอเมริกา เจ้าของห้างสรรพสินค้าในสิงคโปร์ดูเหมือนจะประสบความสำเร็จมากกว่าในเรื่องของการรับมือกับความท้าทายที่เกิดจากการค้าปลีกออนไลน์

ตัวอย่างเช่น บางรายได้ร่วมมือกับเว็บพอร์ทัลด้านช็อปปิ้งออนไลน์เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเดินทางมารับสินค้าที่ซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่ศูนย์การค้าที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง

ขณะรายอื่นๆ ก็ได้เปลี่ยนห้างสรรพสินค้าให้กลายมาเป็นศูนย์รวมไลฟ์สไตล์ด้านความบันเทิงแบบครบวงจร ซึ่งจะช่วยให้พวกเขายังคงมีส่วนเกี่ยวข้องในตลาดแม้ว่าจะเปลี่ยนมาอยู่ในยุคแห่งการค้าปลีกออนไลน์ก็ตาม

รูปแบบเช่นนี้ถือว่าไปได้ดีในประเทศสิงคโปร์ที่ผู้คนส่วนใหญ่มักจะอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีความสงบและชอบมาสังสรรค์กันในพื้นที่สาธารณะ ซึ่งด้วยระบบขนส่งสาธารณะที่มีความสะดวกสบายและมีการจัดการเป็นอย่างดี3 ทำให้ศูนย์การค้าสามารถเข้าถึงได้ง่าย หรืออาจจะกล่าวได้ว่าความหนาแน่นของจำนวนประชากรในระดับสูงและการพัฒนาเมืองที่มีขนาดเล็กเป็นสิ่งที่ขับเคลื่อนการเข้ามาของผู้คนในห้างสรรพสินค้า

ในปัจจุบัน ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ในสิงคโปร์มีห้องสมุดสาธารณะ ลานโบว์ลิ่ง ห้องจัดเลี้ยง สนามเด็กเล่นในร่ม โรงยิม ศูนย์การเรียนการสอน โรงภาพยนตร์ – อาจเรียกได้ว่าเป็นศูนย์รวมไลฟ์สไตล์ด้านความบันเทิงแบบครบวงจรสำหรับผู้คนในประเทศรวมทั้งนักท่องเที่ยว ผู้จัดการห้างสรรพสินค้ายังได้จัดกิจกรรมที่มีดาราดังๆ และการแสดงในวันหยุด เพื่อดึงดูดฝูงชนมากขึ้นด้วย

ในขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการค้าปลีกยังได้กำลังพัฒนากลยุทธ์ใหม่ในการช่วยเพิ่มคุณค่าที่ส่งมอบให้แก่ลูกค้าจากร้านของตน ซึ่งรวมถึงการจัดกิจกรรมภายในร้านเพื่อกระตุ้นให้เกิดการมีส่วนร่วมของลูกค้า หาโอกาสจากการที่ผู้บริโภคต้องการทดลองและมีประสบการณ์ในตัวผลิตภัณฑ์ ตลอดจนเปิดโอกาสให้มีการพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญที่สามารถให้ข้อมูลน่าเชื่อถือ

การผสมผสานของปัจจัยทั้งหมดข้างต้นจึงอาจช่วยอธิบายว่าทำไมยอดซื้อสินค้าออนไลน์ในเอเชียถึงยังคงมีสัดส่วนที่ค่อนข้างน้อยหากเทียบกับยอดค้าปลีกโดยรวม (ดูรูปที่ 2)

รูปที่ 2: ยอดซื้อสินค้าออนไลน์คิดเป็นเปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับยอดค้าปลีกโดยรวม4

fig2-asian-reits

จากข้อมูลดังกล่าว ชี้ว่าความต้องการเช่าพื้นที่ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำของสิงคโปร์ยังคงมีความแข็งแกร่ง แม้ว่าจะเกิดภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ซึ่งจากข้อมูลของ CBRE Research ในไตรมาสที่สามของปี 2019 พบว่าพื้นที่ค้าปลีกชั้นนำของสิงคโปร์ยังคงดึงดูดผู้ค้าปลีกที่เป็นหน้าใหม่ในตลาดจากหลายอุตสาหกรรม ซึ่งรวมถึงอาหารและเครื่องดื่ม สุขภาพและการออกกำลังกาย และความบันเทิงสำหรับเด็ก

พื้นที่ให้เช่าในทำเลชั้นนำบนถนนออร์ชาร์ด – ซึ่งเป็นศูนย์กลางการค้าปลีกของสิงคโปร์ – มีค่าเช่าเฉลี่ยทรงตัวอยู่ที่ 31.70 ดอลลาร์สิงคโปร์ในไตรมาสที่สามของปี 20195 สถานการณ์นี้รวมถึงซัพพลายใหม่ที่มีน้อยได้ช่วยสนับสนุนมุมมองอันแข็งแกร่งสำหรับ REITs ที่เป็นเจ้าของพื้นที่ค้าปลีกที่สำคัญในสิงคโปร์

นักช้อปที่ทรงพลังที่สุดในโลก

ความแข็งแกร่งของตลาดค้าปลีกในสิงคโปร์ยังเกิดจากการไหลเข้าของจำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งนับเป็นปรากฏการณ์ที่เจ้าของห้างสรรพสินค้าไม่อาจเพิกเฉยได้

การช้อปปิ้งถือเป็นตัวแปรที่มีส่วนในการตัดสินใจเลือกจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวชาวจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งท่ามกลางเหตุผลหลายประการนั้นก็ยังรวมถึงการที่นักท่องเที่ยวชาวจีนไม่ต้องการเผชิญกับภาษีนำเข้าที่สูงในประเทศตนสำหรับสินค้าฟุ่มเฟือยและส่วนต่างราคาที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ ความมั่นใจในเรื่องคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่ซื้อจากต่างประเทศก็นับเป็นข้อดีด้วยเช่นกัน

จากผลการสำรวจของ Nielsen พบว่านักท่องเที่ยวชาวจีนแผ่นดินใหญ่มียอดการใช้จ่ายเฉลี่ยจำนวน 762 ดอลลาร์สหรัฐต่อคนในการจับจ่ายซื้อสินค้า ซึ่งสูงกว่า 1.5 เท่าของยอดการใช้จ่ายของนักช้อปที่ไม่ใช่ชาวจีน6

หลายคนอาจไม่ทราบว่าสิงคโปร์นั้นเป็นประเทศจุดหมายปลายทางที่มีผู้คนมาเยี่ยมเยือนมากที่สุดเป็นอันดับสองในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก – ซึ่งส่วนใหญ่นั้นมาจากจีนแผ่นดินใหญ่ – และมาเป็นอันดับแรกสำหรับยอดการใช้จ่ายของผู้มาเยือน7

และเนื่องจากปัจจัยที่กล่าวมาข้างต้น นักท่องเที่ยวชาวจีนแผ่นดินใหญ่ในสิงคโปร์จึงสามารถช้อปปิ้งได้อย่างตรงใจและมีความสะดวกสบายอย่างมากแม้จะเป็นเพียงทริประยะสั้นๆ ยิ่งกว่านั้น การที่ภาษาจีนกลางมีผู้คนที่พูดกันได้โดยทั่วไปในประเทศนี้ ก็นับเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ช่วยยกระดับประสบการณ์ในการช้อปปิ้งได้มากยิ่งขึ้น

ใช้ประโยชน์จากโอกาส

บรรดาเจ้าของห้างสรรพสินค้าในเอเชียต่างกำลังรับมือกับความท้าทายจากการค้าปลีกออนไลน์และการนำแนวคิดใหม่ๆ มาใช้ สภาวะเช่นนี้ได้ดึงดูดแบรนด์ต่างประเทศจำนวนมากในการขยายช่องทางค้าปลีกในเอเชีย ซึ่งเป็นการค้นหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ

ข้อมูลจากบริษัทผู้ให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์ระดับโลก CBRE ระบุว่ามีสัดสjวนครึ่งหนึ่งของตลาดค้าปลีกเป้าหมายใน 20 อันดับแรกในปี 2017 นั้นอยู่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยมีแบรนด์ต่างประเทศจำนวน 86 แบรนด์ที่เปิดร้านค้าปลีกแห่งแรกในฮ่องกง ไม่เพียงแต่เป็นแบรนด์ระดับบนที่มุ่งเจาะกลุ่มผู้บริโภคชาวเอเชียเท่านั้น แต่ในสิงคโปร์มีแบรนด์ต่างประเทศ 38 แบรนด์ซึ่งรวมถึง Don Quijote – ซึ่งเป็นเชนจำหน่ายสินค้าราคาถูกที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น – ก็ได้เปิดร้านสาขาแรกด้วย8 นี่จึงเป็นข้อพิสูจน์ถึงแนวโน้มของลูกค้าที่กำลังมองหาประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ “ราคาถูกและมีความสุข” – ซึ่งช่วยผลักดันยอดขายและจำนวนผู้ที่เข้ามาจับจ่ายหรือใช้บริการในห้าง

สิ่งเหล่านี้สามารถช่วยสร้างรายได้ค่าเช่าและการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง REITs ในเอเชียจึงเป็นช่องทางสำหรับผู้ลงทุนเพื่อใช้ประโยชน์จากแนวโน้มที่เกิดขึ้นดังกล่าว ในขณะเดียวกัน ก็มีแนวโน้มที่จะได้รับความผันผวนที่ต่ำกว่าเมื่อเทียบกับหุ้นอีกด้วย

ใในสภาพแวดล้อมอัตราดอกเบี้ยต่ำในปัจจุบัน อัตราเงินปันผลตอบแทนคาดการณ์ล่วงหน้า 12 เดือนของ REITs ในเอเชียที่ระดับ 4.49% จึงดูมีความน่าสนใจเป็นพิเศษ (ดูรูปที่ 3)

รูปที่ 3: อัตราผลตอบแทนของ REITs ในเอเชีย9

fig3-mall-yields

ในภูมิภาคเอเชียนั้น REITs ในฮ่องกงและสิงคโปร์ ได้ให้อัตราเงินปันผลตอบแทนที่ 5.4% และ 4.4% ตามลำดับในขณะที่อัตราส่วนราคาต่อมูลค่าทางบัญชี หรือ price-to-book ratios อยู่ต่ำกว่าออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา (ดูรูปที่ 4) ความแตกต่างในด้านการประเมินมูลค่าจึงถือเป็นโอกาสสำหรับผู้ลงทุนที่มองการณ์ไกล

รูปที่ 4: REITs ในสิงคโปร์และฮ่องกงให้อัตราผลตอบแทนที่สูงกว่าและในมูลค่าที่ถูกลง10

fig4-mall-yields

เนื่องจากมูลค่าของ REITs ส่วนใหญ่นั้นได้รับแรงหนุนจากดีมานด์ภายในประเทศสำหรับพื้นที่เพื่อการค้าปลีกและสำนักงาน ทำให้ REITs ในเอเชียจึงได้รับประโยชน์จากการเติบโตของเศรษฐกิจภูมิภาคและการใช้จ่ายของผู้บริโภค ซึ่งด้วยสภาพดังกล่าวจึงมีแนวโน้มที่จะเป็นเกราะกำบังจากความไม่แน่นอนทั่วโลกที่อาจเกิดขึ้น

ในฐานะการเป็นเครื่องมือที่คุ้มค่าสำหรับผู้ลงทุนทั้งในและต่างประเทศในการได้รับโอกาสเข้าถึงความหลากหลายของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในเอเชีย จึงไม่น่าแปลกใจที่ REITs ของเอเชียจะเป็นหนึ่งในกลุ่มสินทรัพย์ที่เติบโตได้อย่างรวดเร็วที่สุดในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา

มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดของ REITs ในเอเชียนั้นเติบโตขึ้นมาอยู่ที่ 393.28 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (250 กอง REITs) ในเดือนมกราคม 2020 จาก 24.73 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (48 กอง REITs) ในปี 200311 ทั้งนี้ จำนวนของสินทรัพย์ประเภท REITs และโอกาสยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง – พร้อมๆ กับเศรษฐกิจของประเทศในเอเชียหลายๆ แห่งที่ยังคงมีการพัฒนาต่อไป โดยมีอสังหาริมทรัพย์อีกเป็นจำนวนมากที่ยังไม่ได้ถูกนำมาแปลงเป็นหลักทรัพย์

วิธีการลงทุนกับกองทุนของ Eastspring โปรดระบุตลาดของคุณเพื่อค้นหากองทุนที่น่าสนใจ

Sources:
1 International Monetary Fund (IMF), GDP based on purchasing power parity (PPP), share of world, 2019. Asia (excluding Australia and New Zealand).
2 The Brookings Institution, Wolfensohn Center for Development, “The Unprecedented Expansion Of The Global Middle Class: An Update”, Homi Kharas, February 2017. Others include Central and South America, Sub-Saharan Africa, and Middle East and North Africa. F stands for forecast.
3 Sustainable Cities Mobility Index 2017 Bold Moves, Arcadis. Hong Kong tops the Sustainable Cities Mobility Index, while Singapore ranks eighth.
4 Euromonitor International, E stands for estimates, data retrieved on 30 August 2018.
5 CBRE Research: Singapore Real Estate Market Outlook 2019..
6 Outbound Chinese Tourism and Consumption Trends: 2017, an online survey with 2,009 residents from Chinese mainland and 613 non-Chinese residents, conducted by Nielsen in December 2017.
7 The MasterCard Global Destination Cities Index
8 How Global is the Business of Retail? Published by CBRE Research in December 2017.
9 Bloomberg, data as at 8 January 2020. *12-month forward dividend yield. Past performance is not necessarily indicative of the future performance. Please note that there are limitations to the use of such indices as proxies for the past performance in the respective asset classes/sector. The historical performance or forecast presented is not indicative of and should not be construed as being indicative of or otherwise used as a proxy for the future or likely performance.
10 Bloomberg, Eastspring Investments, data as at 31 December 2019. AUS stands for Australia, SG Singapore, JP Japan, HK Hong Kong.
11 Bloomberg, data from 29 August 2003 to 8 January 2020, in US dollars, including Japan and Australia.

This document is produced by Eastspring Investments (Singapore) Limited and issued in:

Singapore and Australia (for wholesale clients only) by Eastspring Investments (Singapore) Limited (UEN: 199407631H), which is incorporated in Singapore, is exempt from the requirement to hold an Australian financial services licence and is licensed and regulated by the Monetary Authority of Singapore under Singapore laws which differ from Australian laws.


Hong Kong by Eastspring Investments (Hong Kong) Limited and has not been reviewed by the Securities and Futures Commission of Hong Kong.


This document is produced by Eastspring Investments (Singapore) Limited and issued in Thailand by TMB Asset Management Co., Ltd.


Indonesia by PT Eastspring Investments Indonesia, an investment manager that is licensed, registered and supervised by the Indonesia Financial Services Authority (OJK).


Malaysia by Eastspring Investments Berhad (531241-U).


United States of America (for institutional clients only) by Eastspring Investments (Singapore) Limited (UEN: 199407631H), which is incorporated in Singapore and is registered with the U.S Securities and Exchange Commission as a registered investment adviser.


European Economic Area (for professional clients only) and Switzerland (for qualified investors only) by Eastspring Investments (Luxembourg) S.A., 26, Boulevard Royal, 2449 Luxembourg, Grand-Duchy of Luxembourg, registered with the Registre de Commerce et des Sociétés (Luxembourg), Register No B 173737.


United Kingdom (for professional clients only) by Eastspring Investments (Luxembourg) S.A. - UK Branch, 125 Old Broad Street, London EC2N 1AR.


Chile (for institutional clients only) by Eastspring Investments (Singapore) Limited (UEN: 199407631H), which is incorporated in Singapore and is licensed and regulated by the Monetary Authority of Singapore under Singapore laws which differ from Chilean laws.


The afore-mentioned entities are hereinafter collectively referred to as Eastspring Investments.


The views and opinions contained herein are those of the author on this page, and may not necessarily represent views expressed or reflected in other Eastspring Investments’ communications. This document is solely for information purposes and does not have any regard to the specific investment objective, financial situation and/or particular needs of any specific persons who may receive this document. This document is not intended as an offer, a solicitation of offer or a recommendation, to deal in shares of securities or any financial instruments. It may not be published, circulated, reproduced or distributed without the prior written consent of Eastspring Investments. Reliance upon information in this posting is at the sole discretion of the reader. Please consult your own professional adviser before investing.

 

Investment involves risk. Past performance and the predictions, projections, or forecasts on the economy, securities markets or the economic trends of the markets are not necessarily indicative of the future or likely performance of Eastspring Investments or any of the funds managed by Eastspring Investments.


Information herein is believed to be reliable at time of publication. Data from third party sources may have been used in the preparation of this material and Eastspring Investments has not independently verified, validated or audited such data. Where lawfully permitted, Eastspring Investments does not warrant its completeness or accuracy and is not responsible for error of facts or opinion nor shall be liable for damages arising out of any person’s reliance upon this information. Any opinion or estimate contained in this document may subject to change without notice.


Eastspring Investments (excluding JV companies) companies are ultimately wholly-owned/indirect subsidiaries/associate of Prudential plc of the United Kingdom. Eastspring Investments companies (including JV’s) and Prudential plc are not affiliated in any manner with Prudential Financial, Inc., a company whose principal place of business is in the United States of America.