Fidelity Investments บริษัทผู้ให้บริการและข้อมูลด้านการเงินระดับโลก ได้ให้ไอเดียคิดง่ายๆที่น่าสนใจของ “เงินเก็บที่ต้องมี” ในแต่ละช่วงอายุเพื่อช่วยให้เราสามารถใช้ในอนาคตหรือชีวิตหลังเกษียณได้อย่างสบายๆ
อายุ 30 ปี: ต้องมีเงินเก็บ = รายได้ต่อปี
อายุ 40 ปี: ต้องมีเงินเก็บ = 3 เท่าของรายได้ต่อปี
อายุ 50 ปี: ต้องมีเงินเก็บ = 6 เท่าของรายได้ต่อปี
อายุ 60 ปี: ต้องมีเงินเก็บ = 8 เท่าของรายได้ต่อปี
แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือการทำงานของเงินเก็บก้อนนั้น เพราะหากวางเงินไว้ไม่ถูกที่ เมื่อเวลาผ่านไป เงินเก็บที่คิดว่าเพียงพอ อาจจะไม่พอก็ได้ ถ้าจะทำให้เงินเก็บก้อนนั้นเกิดประสิทธิภาพและงอกเงย สิ่งที่ต้องทำก็คือ
1. “เริ่มออมให้ไว” เริ่มตั้งแต่อายุ 25 ปี
2. “วางให้ถูกที่” ลงทุนในหุ้นคุณภาพมากกว่า 50% จะช่วยเพิ่มโอกาสในการมีเงินก้อนที่เพียงพอในการใช้จ่าย
คำถามที่ต้องกลับมาถามตัวเองตอนนี้ก็คือ…
Q: เงินในกระเป๋ามีเท่ากับ “เงินเก็บที่ต้องมี” แล้วหรือยัง?
A: Retire Rich Simulator คำตอบเฉพาะตัวของแผนเกษียณเฉพาะคุณ
ในความเป็นจริงต่างคน ต่างวัย ต่างความต้องการ อาจต้องการใช้เงินหลังเกษียนแตกต่างกัน ดังนั้นลองคำนวนเส้นทางเกษียณเฉพาะของคุณเอง ได้ที่ Retire Rich Simulator
(https://www.www.eastspring.co.th/retire-rich-simulator/) ช่วยให้เห็นภาพของอนาคตได้อย่างง่ายดาย ใช้เวลาทำไม่นาน
Q: คุณเริ่มออม 15% ของรายได้ตั้งแต่อายุ 25 ปีหรือไม่?
A: เริ่มออมไม่ทัน...ต้องเริ่ม “ลงทุน”
แม้เราจะย้อนวัยกลับไปเพื่อเริ่มออมไม่ได้ แต่สิ่งหนึ่งที่ทำได้คือการเริ่มต้น “ลงทุน” ทันที ณ วินาทีปัจจุบัน เพื่อให้เมื่อเราเริ่มต้นลงทุนแล้ว จะไม่มีวันไหนเลยที่เงินนั้นจะไม่ได้ทำงาน
Q: คุณจะลงทุนในหุ้น 50% อย่างไร...ถ้าไม่ใช่นักการเงิน?
A: กลัวเสี่ยง ไม่มีเวลา ไม่เชี่ยวชาญ ไม่มีเงินเยอะ...ให้มืออาชีพจัดการผ่าน “กองทุนรวม”
ข้อดีของ “กองทุนรวม” ก็คือ มีผู้จัดการกองทุนที่เชี่ยวชาญ เกาะติดข้อมูลการลงทุน คอยเลือกสินทรัพย์ (เช่น หุ้น) และบริหารเงินให้กับเรา ที่สำคัญแค่ 1,000 บาทก็ลงทุนได้แล้ว
หมายเหตุ: เรียบเรียงข้อมูล ณ พฤษภาคม 2562
ข้อมุลอ้างอิงจาก www.fidelity.com/viewpoints/retirement/how-much-do-i-need-to-retire ณ พฤษภาคม 2562
คำเตือน:
- ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน