“Co-working space” เดินหน้าสร้างมูลค่าให้ตลาดสำนักงานในเอเชีย

ในเอเชียตลาด Co-working space มีการเติบโตอย่างรวดเร็วกว่าในยุโรปและสหรัฐอเมริกา โดยในสิงคโปร์ ธุรกิจนี้ถือเป็นตัวขับเคลื่อนหลักสำหรับตลาดอาคารสำนักงานให้เช่า ซึ่งเจ้าของอาคารสำนักงานที่สามารถยอมรับแนวโน้มการเติบโตนี้ได้ก็น่าจะมีความโดดเด่นเหนือรายอื่นๆ

การยกระดับการเชื่อมต่อทางดิจิทัลได้ส่งผลให้รูปแบบการทำงานในหลายๆ ธุรกิจไม่ต้องการคนมานั่งทำงานอยู่ในออฟฟิศเหมือนที่เคยเป็นอีกต่อไป นอกจากนี้ ภาคธุรกิจต่างต้องการเข้าถึงตลาดทั่วโลกได้มากขึ้น แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ต้องการมีภาระด้านการเงินจากการมีสำนักงานที่ตั้งอยู่ในหลายๆ พื้นที่ สภาพเช่นนี้จึงทำให้เกิดปรากฏการณ์แห่งการร่วมทำงานหรือ Co-working ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญในหลากหลายวิชาชีพ เช่น ฟรีแลนซ์และผู้ที่ทำงานประเภทโปรเจกต์ มาแบ่งปันสถานที่ทำงานร่วมกัน หรือที่รู้จักกันว่า Co-working space ซึ่งบริษัทที่ยอมรับการทำข้อตกลงการทำงานในแบบที่ยืดหยุ่นต่างได้เริ่มบริหารกลุ่มพนักงานที่ทำงานนอกสถานที่ภายใต้สภาพแวดล้อมดังกล่าว

ความน่าดึงดูดของ Co-working space

Co-working space สามารถเริ่มต้นได้ตั้งแต่การเป็นโต๊ะทำงานเดี่ยว หรือในแบบที่เรียกว่า hot desk ในสภาพแวดล้อมที่เป็นฟลอร์เปิดและแชร์สถานที่ทำงาน ไปจนถึงการเป็นสำนักงานแบบปิดที่มีตั้งแต่หนึ่งชั้นหรือมากกว่า ผู้ประกอบการ Co-working space มักจะเช่าพื้นที่สำนักงานขนาดใหญ่จากเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ด้วยค่าเช่าที่ต่ำกว่า (ในอัตราเหมา)

จากนั้นก็จะทำการออกแบบพื้นที่และแบ่งย่อยให้กับบรรดาผู้เช่ารายบุคคลที่ต้องการพื้นที่ทำงานขนาดกะทัดรัดแบบ 'plug-and-play' ในระยะเวลาสองสามวันหรือนานเป็นเดือนๆ และเก็บค่าเช่าแพงขึ้น (ในอัตราปลีก) ซึ่งผู้ประกอบการจะได้รับประโยชน์จากส่วนต่างค่าเช่าที่เกิดขึ้น

สำหรับผู้เช่านั้น Co-working space มีความยืดหยุ่นและเอื้อให้ทำการปรับแต่งพื้นที่ในแบบที่ต้องการ นอกจากนี้ ยังสามารถช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายล่วงหน้าที่ต้องใช้ในการสร้างสำนักงานแบบดั้งเดิมได้ด้วย สิ่งนี้ทำให้สำนักงานที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ย่านศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) มีราคาไม่แพงสำหรับบรรดาฟรีแลนซ์ สตาร์ทอัพรายเล็กๆ หรือผู้ประกอบการธุรกิจส่วนตัว

หากมองในมุมเจ้าของอสังหาริมทรัพย์แล้ว รูปแบบที่เรียกว่า Co-working space เช่นนี้ถือเป็นความต้องการที่เกิดขึ้นใหม่สำหรับพื้นที่สำนักงาน ผู้ประกอบการร่วมไม่เพียงแต่ทำการจัดหาผู้เช่ารายใหม่ให้กับพวกเขาเท่านั้น แต่ยังรับประกันความเสี่ยงด้านเครดิตหรือค่าเช่าสำหรับการจัดการสัญญาเช่าแบบชั่วคราว ซึ่งทำให้ผู้ที่เป็นเจ้าของจึงสามารถยอมรับค่าเช่าที่ถูกกว่า

การตั้งราคาในลักษณะนี้เรียกว่า second-degree price discrimination ซึ่งเจ้าของพื้นที่สำนักงานยอมแลกค่าเช่าที่ต่ำกว่าเพื่อประโยชน์ที่จะได้รับจากกำลังแรงงานที่มีความยืดหยุ่น ในรูปของรายได้จากค่าเช่าที่สูงขึ้น ดูรูปที่ 1

รูปที่ 1: รายได้ค่าเช่าส่วนเพิ่มที่แผ่ขยายออกโดยผู้ประกอบการ Co-working space1

fig1-co-working-space-asian-office-market

ข้อตกลงตามสัญญาดังกล่าวช่วยเพิ่มมูลค่าอาคารสำนักงาน ด้วยการนำรายได้ค่าเช่าส่วนเพิ่ม (ดังที่แสดงในกล่อง B ในรูปที่ 1) มาสู่เจ้าของอาคารสำนักงาน จากตลาด Co-working space – ซึ่งเป็นตลาดใหม่ที่ไม่สอดคล้องกับแนวคิดของสัญญาเช่าแบบดั้งเดิม เรามองเห็นแนวโน้มนี้ว่าเป็นปรากฏการณ์ใหม่ในลักษณะที่เป็นเชิงโครงสร้างมากกว่าที่เป็นแบบวัฏจักร

กระแส Co-working spaceในเอเชีย

ในเอเชีย ตลาดพื้นที่ทำงานที่มีความคล่องตัวได้มีการขยายตัวอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา รูปที่ 2 แสดงข้อมูลในระหว่างปี 2014 ถึง 2017 สต็อกพื้นที่สำนักงานที่มีความยืดหยุ่นมีอัตราการเติบโตที่แข็งแกร่งถึง 35.7% ต่อปีในเอเชียแปซิฟิก – สูงกว่าอย่างมากหากเทียบกับสหรัฐ (25.7%) และยุโรป (21.6%)2

รูปที่ 2: สต็อกพื้นที่สำนักงานที่มีความยืดหยุ่นในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีการเติบโตที่แข็งแกร่ง2

fig2-co-working-space-asian-office-market

ในปี 2018 ความต้องการพื้นที่ทำงานที่มีความยืดหยุ่นนี้คิดเป็นสัดส่วน 15% ของปริมาณการเช่าทั้งหมดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกในช่วงครึ่งแรกของปี เพิ่มขึ้นจาก 5% ในช่วงต้นปี 2017 โดยขนาดพื้นที่เช่าเฉลี่ยโดยผู้ให้เช่าพื้นที่แบบยืดหยุ่นนี้มีพื้นที่ประมาณ 30,000 ตารางฟุต3

การขยายตัวของพื้นที่สำนักงานแบบยืดหยุ่นในเอเชีย ไม่เพียงแต่เป็นผลมาจากฐานที่ต่ำและความต้องการสำนักงานที่แข็งแกร่งขึ้นตามการเติบโตทางเศรษฐกิจ4 และการขยายตัวของภาคธุรกิจ นอกจากนี้ ยังมาจากนโยบายของรัฐบาลที่เอื้อต่อสตาร์ทอัพที่มีฐานความรู้และการเป็นผู้ประกอบการ เพื่อมุ่งชดเชยการชะลอตัวลงในอุตสาหกรรมแบบดั้งเดิมอย่างเช่นอุตสาหกรรมการผลิต

กรณีตัวอย่าง: ประเทศสิงคโปร์

ยกตัวอย่างในสิงคโปร์ ตลาด Co-working มีขนาดเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าจากพื้นที่ขนาด 700,000 ตารางฟุตในปี 2017 มาเป็น 1.4 ล้านตารางฟุตในปี 20185

นอกเหนือจากพื้นที่ทำงานสำหรับฟรีแลนซ์และสตาร์ทอัพรายเล็กกว่าแล้ว บรรดาบริษัทข้ามชาติก็ยังถูกดึงมาสู่ตลาด Co-working space ด้วยเช่นกัน จากรูปแบบการทำงานที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่นในปี 2017 ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์จากออสเตรเลียอย่าง Lendlease Group ได้ย้ายพนักงานจำนวน 100 คนจาก 550 คนในสิงคโปร์ ไปยัง The Work Project ที่ OUE Downtown6

ข้อมูลจาก CBRE Research บริษัทที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ระบุว่า ตลาด Co-working spaceของสิงคโปร์นั้นมีแนวโน้มที่จะมีขนาดพื้นที่สูงเกิน 2.0 ล้านตารางฟุตในปี 2019 (ดูรูปที่ 3)

รูปที่ 3: การเติบโตของตลาด Co-working ในสิงคโปร์7

fig3-co-working-space-growth-sg

การฟื้นตัวของค่าเช่าสำนักงาน

รูปแบบ Co-working ได้ช่วยกระตุ้นตลาดให้เช่าสำนักงานในสิงคโปร์ ซึ่งฟื้นขึ้นมาจากภาวะหดตัวในปี 2017 เนื่องจากมีซัพพลายใหม่จำนวนมาก ข้อมูลล่าสุดยังสนับสนุนมุมมองของเราที่ว่าตลาดสำนักงานของสิงคโปร์กำลังฟื้นตัวอย่างแน่นอน โดยในไตรมาสที่สองของปี 2019 ค่าเช่าของสำนักงานเกรด A ในเขต CBD เพิ่มขึ้น 3.0% เมื่อเทียบเป็นรายไตรมาส พุ่งสูงสุดในรอบ 10 ปีมาอยู่ที่ 9.93 ดอลลาร์สิงคโปร์ต่อตารางฟุต (psf) ต่อเดือน – ซึ่งเป็นการเติบโตของค่าเช่า 8 ไตรมาสติดต่อกัน8 ข้อมูลที่ผ่านมายังชี้ให้เห็นถึงค่าเช่าที่สูงขึ้นอย่างมาก สูงเกิน 11 ดอลลาร์สิงคโปร์ psf ต่อเดือนสำหรับสำนักงานเกรด A

การฟื้นตัวครั้งนี้ได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของภาวะการจ้างงานและการจัดตั้งบริษัทใหม่ๆ ในอุตสาหกรรมที่มีความต้องการใช้พื้นที่สำนักงาน อย่างเช่นในภาคการเงินและประกัน ธุรกิจข้อมูลสารสนเทศและการสื่อสาร ตลอดจนบริการทางธุรกิจต่างๆ (ดูรูปที่ 4)

รูปที่ 4: ตัวชี้วัดที่สำคัญของภาคธุรกิจที่ใช้พื้นที่สำนักงานในสิงคโปร์9

fig4-key-indicators

ความต้องการที่แข็งแกร่งสำหรับ Co-working space ประกอบกับภาวะซัพพลายตึงตัว คาดว่าจะช่วยหนุนค่าเช่าพื้นที่สำนักงานในสิงคโปร์ โดยข้อมูลจำนวนพื้นที่ก่อสร้างเสร็จโดยเฉลี่ยในช่วงห้าปี (2018-2022) คาดว่าจะอยู่ที่ 1.2 ล้านตารางฟุต ตัวเลขดังกล่าวถือว่าน้อยกว่าจำนวนพื้นที่ก่อสร้างเสร็จเฉลี่ยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา (2008-2017) ที่มีขนาด 1.85 ล้านตารางฟุต โดยตลาดสำนักงานคาดว่าจะเผชิญกับภาวะซัพพลายตึงตัวในปี 2019 และ 2021 ดูรูปที่ 5

รูปที่ 5: ความต้องการสำนักงานเกรด A ในเขต CBD และคาดการณ์ซัพพลาย - ค่าเช่า10

fig5-co-working-space-asian-office-market

เจ้าของอาคารสำนักงานมีข้อได้เปรียบ

ในขณะที่ผู้ให้เช่า Co-working space มีบทบาทสำคัญในตลาดการเช่า แต่พวกเขาต้องเผชิญกับการเข้ามาในตลาดของรายใหม่ที่ทำได้ง่าย และมีเพียง 48% ของศูนย์ Co-working space ในเอเชียที่สามารถทำกำไรได้11 เจ้าของอาคารสำนักงานสามารถเปิดตัวแบรนด์ Co-working space ของตัวเองได้โดยง่าย ทำการเทคโอเวอร์ผู้ประกอบการรายเดิม และรับประโยชน์จากส่วนต่างค่าเช่า

นอกจากนี้ สต็อกพื้นที่สำนักงานในตลาดเอเชียหลายแห่งยังถูกครอบครองโดยเจ้าของที่มีจำนวนน้อยรายเมื่อเทียบกับสหรัฐอเมริกาที่มีการกระจายการถือครองพื้นที่ในเชิงพาณิชย์มากกว่า ดังนั้น การตัดสินใจของเจ้าของอาคารสำนักงานแต่ละรายที่จะไม่ให้เช่าพื้นที่แก่ผู้ประกอบการ Co-working space นั้นถือว่ามีผลกระทบอย่างมาก เนื่องจากเป็นการสร้างข้อจำกัดแก่ผู้ประกอบการให้เหลือทางเลือกน้อยลง

ดังนั้น เจ้าของอาคารสำนักงาน แทนที่จะเป็นฝั่งผู้ประกอบการ Co-working space ถือว่าอยู่ในสถานะที่ได้เปรียบกว่าในการใช้ประโยชน์จากเทรนด์การใช้พื้นที่ทำงานร่วมนี้

อย่างไรก็ตาม เจ้าของอาคารสำนักงานในรายที่มี Co-working space อยู่เดิมแล้ว อาจไม่สามารถตอบโจทย์ในเรื่องความพึงพอใจและควรที่จะปรับปรุงเพื่อให้รองรับความต้องการพื้นที่ทำงานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจรวมถึงการบูรณาการด้วยการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในสถานที่ อย่างเช่นการเพิ่มเซ็นเซอร์อัจฉริยะและระบบการจัดการอาคาร เพื่อให้ประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้นแก่ผู้เช่า

ความสมดุลที่เหมาะสมของ Co-working space

ในขณะที่ Asian Real Estate Investment Trust (REITs) เป็นช่องทางสำหรับผู้ลงทุนในการเปิดรับกระแสแนวโน้มแห่งการทำงานร่วมหรือ Co-working ผู้ลงทุนยังจำเป็นต้องคัดเลือกหาเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ที่สามารถสร้างมูลค่าได้จากแนวโน้มนี้

ยกตัวอย่างเช่นการมีพื้นที่ประเภทยืดหยุ่นในจำนวนมากอาจฉุดมูลค่าสำนักงานชั้นดีให้ลดลง ในขณะเดียวกัน การเพิกเฉยต่อตลาดที่มีความยืดหยุ่นสำหรับการเช่าระยะสั้นอาจทำให้เสียโอกาสในการกำหนดรายได้ค่าเช่าที่เหมาะสมได้

จากการสำรวจของ CBRE พบว่าครึ่งหนึ่งของผู้ลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์เชื่อว่าการแบ่งสัดส่วนน้อยกว่า 20% ของอาคารสำนักงานมาเป็นพื้นที่ที่มีความยืดหยุ่น – ทั้งประเภทเซอร์วิสออฟฟิศและ Co-working space – สามารถเกื้อหนุนมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ ในขณะที่การแบ่งสัดส่วนพื้นที่อาคารมากกว่า 80% มาเป็นพื้นที่แบบยืดหยุ่นจะส่งผลฉุดมูลค่าอสังหาริมทรัพย์12 จากข้อมูลดังกล่าวจึงมีหุ้นในสัดส่วนเพียง 4-5% ของหุ้นอาคารสำนักงานใน CBD ที่ดำเนินการโดยผู้ประกอบการCo-working space

เจ้าของอาคารสำนักงานยังต้องเลือกทำงานกับผู้ประกอบการ Co-working space ที่เหมาะสม โดยประเมินความสามารถของพวกเขาในการบริหารจัดการกลุ่มผู้เช่าที่แตกต่าง จากสินทรัพย์ที่มีอยู่หรือจากโครงการใกล้เคียง

มีเพียงการผสมผสานอย่างดีที่สุดระหว่างผู้เช่าแบบดั้งเดิมและแบบ Co-working space ในพอร์ตการลงทุนของเจ้าของอาคารสำนักงาน รวมถึงการมีคู่ค้าที่เหมาะสม ที่จะช่วยให้พวกเขาได้รับประโยชน์อย่างแท้จริงจากปรากฏการณ์โคเวิร์คกิ้งในเอเชีย

วิธีการลงทุนผ่านกองทุนของ Eastspring โปรดระบุตลาดของคุณเพื่อค้นหากองทุนที่น่าสนใจ

Sources:
1 Investopedia and Eastspring Investments. For illustrative purposes only. *Rental income = rent x units let. DD to the demand curve facing the office owner.
2 Spotting the Opportunities: Flexible Space in Asia Pacific, JLL Research, July 2018. CAGR refers to compound average growth rate. Based on a sample of 11 key Asia Pacific markets.
3 Exploiting the Agile Revolution: Prospects for Landlords and Investors | CBRE Research, October 2018.
4 Regional Economic Outlook: Asia Pacific, International Monetary Fund, October 2019, page 4. Asia contributed two-thirds to global growth.
5 2019 Singapore Real Estate Market Outlook, CBRE Research.
6 https://www.straitstimes.com/business/lendlease-tries-its-hand-at-co-working The Strait Times, March 2017
7 CBRE Research: Singapore Real Estate Market Outlook 2019: Continued Strong Pipeline for Co-working Operators
8 Colliers International: Singapore CBD average Grade A office rent hit 10-year hight in Q2 2019, 23 July 2019.
9 Companies formation and cessation: Department of Statistics Singapore, citing data from Accounting and Corporate Regulatory Authority, data as at 30 November 2019 (year-to-date). Office-occupying company sectors refer to the industries of finance & insurance, information & communications, and professional, scientific and technical services. Employment: Singapore in Figures 2018 and 2019, Department of Statistics Singapore, data as at 30 June 2018; office-occupying sectors refer to the industries of finance & insurance, information & communications, and businesses services.
10 2018 Asia Pacific Real Estate Market | Singapore, page 10.
11 Exploiting the Agile Revolution: Prospects for Landlords and Investors | CBRE Research, October 2018.
12 Exploiting the Agile Revolution: Prospects for Landlords and Investors | CBRE Research, October 2018.

This document is produced by Eastspring Investments (Singapore) Limited and issued in:

Singapore and Australia (for wholesale clients only) by Eastspring Investments (Singapore) Limited (UEN: 199407631H), which is incorporated in Singapore, is exempt from the requirement to hold an Australian financial services licence and is licensed and regulated by the Monetary Authority of Singapore under Singapore laws which differ from Australian laws.


Hong Kong by Eastspring Investments (Hong Kong) Limited and has not been reviewed by the Securities and Futures Commission of Hong Kong.


This document is produced by Eastspring Investments (Singapore) Limited and issued in Thailand by TMB Asset Management Co., Ltd.


Indonesia by PT Eastspring Investments Indonesia, an investment manager that is licensed, registered and supervised by the Indonesia Financial Services Authority (OJK).


Malaysia by Eastspring Investments Berhad (531241-U).


United States of America (for institutional clients only) by Eastspring Investments (Singapore) Limited (UEN: 199407631H), which is incorporated in Singapore and is registered with the U.S Securities and Exchange Commission as a registered investment adviser.


European Economic Area (for professional clients only) and Switzerland (for qualified investors only) by Eastspring Investments (Luxembourg) S.A., 26, Boulevard Royal, 2449 Luxembourg, Grand-Duchy of Luxembourg, registered with the Registre de Commerce et des Sociétés (Luxembourg), Register No B 173737.


United Kingdom (for professional clients only) by Eastspring Investments (Luxembourg) S.A. - UK Branch, 125 Old Broad Street, London EC2N 1AR.


Chile (for institutional clients only) by Eastspring Investments (Singapore) Limited (UEN: 199407631H), which is incorporated in Singapore and is licensed and regulated by the Monetary Authority of Singapore under Singapore laws which differ from Chilean laws.


The afore-mentioned entities are hereinafter collectively referred to as Eastspring Investments.


The views and opinions contained herein are those of the author on this page, and may not necessarily represent views expressed or reflected in other Eastspring Investments’ communications. This document is solely for information purposes and does not have any regard to the specific investment objective, financial situation and/or particular needs of any specific persons who may receive this document. This document is not intended as an offer, a solicitation of offer or a recommendation, to deal in shares of securities or any financial instruments. It may not be published, circulated, reproduced or distributed without the prior written consent of Eastspring Investments. Reliance upon information in this posting is at the sole discretion of the reader. Please consult your own professional adviser before investing.

 

Investment involves risk. Past performance and the predictions, projections, or forecasts on the economy, securities markets or the economic trends of the markets are not necessarily indicative of the future or likely performance of Eastspring Investments or any of the funds managed by Eastspring Investments.


Information herein is believed to be reliable at time of publication. Data from third party sources may have been used in the preparation of this material and Eastspring Investments has not independently verified, validated or audited such data. Where lawfully permitted, Eastspring Investments does not warrant its completeness or accuracy and is not responsible for error of facts or opinion nor shall be liable for damages arising out of any person’s reliance upon this information. Any opinion or estimate contained in this document may subject to change without notice.


Eastspring Investments (excluding JV companies) companies are ultimately wholly-owned/indirect subsidiaries/associate of Prudential plc of the United Kingdom. Eastspring Investments companies (including JV’s) and Prudential plc are not affiliated in any manner with Prudential Financial, Inc., a company whose principal place of business is in the United States of America.