สรุปสภาวะตลาด ประจำเดือนพฤศจิกายน

ภาพรวมการลงทุนในเดือนพฤศจิกายนเกือบตลอดทั้งเดือนอยู่ในภาวะ Risk On อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เป็นเพราะ ตลาดได้รับปัจจัยบวกจาก 2 เรื่องหลัก ได้แก่ ความคืบหน้าเรื่องของการพัฒนาวัคซีนป้องกันโควิด-19 ทั้งของบริษัท Moderna ที่มีประสิทธิภาพสูงถึง 94.5% และของ Pfizer ที่มีประสิทธิภาพสูงถึง 95% รวมถึงล่าสุด AstraZeneca ที่ออกมาประกาศว่า วัคซีนมีประสิทธิภาพถึง 70.4% และอีกประเด็นที่เคยเป็นความกังวลต่อผู้ลงทุน คือ การถ่ายโอนอำนาจทางการเมือง หลังจากที่โดนัลด์ ทรัมป์ เริ่มแสดงท่าทีอ่อนลง หลังยอมให้มีการถ่ายโอนอำนาจไปยังว่าที่ ประธานาธิบดีสหรัฐฯคนใหม่ รวมถึงการส่งสัญญาณพร้อมออกจากทำเนียบขาวหากคณะผู้เลือกตั้งโหวตให้ไบเดน ส่งผลให้ความกังวลทางด้านการเมืองสหรัฐฯ ที่อาจจะยืดเยื้อนั้นได้คลายความกังวลลงและเป็นบวกต่อการลงทุน

nov_graph_01

ประกอบกับความชัดเจนการเลือกตั้ง รวมถึงสภาที่เป็นแบบ Split Government อาจเป็นบวกต่อการลงทุนเนื่องจากการออกกฎหมายต่างๆที่กดดันการลงทุน อาจทำได้ยาก ส่งผลให้สินทรัพย์ปลอดภัยเริ่มถูกขายทำกำไรออกมาหลังจากทำผลตอบแทนได้ดีในช่วงที่เกิดความกังวลต่อโควิด-19 อย่างเช่น ทองคำและพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ

nov_graph_02

ขณะที่เดือนพฤศจิกายน เป็นเดือนที่ดัชนี MSCI World All-Country Index ทำผลตอบแทนได้ดีที่สุดนับตั้งแต่มีการเริ่มจัดทำดัชนี ในปี 1990 และหลายดัชนีทำสถิติ New All Time High รวมถึงทั้ง 3 ดัชนีหลักของสหรัฐฯ คือ S&P500, Dow Jones , Nasdaq รวมถึงตลาดหุ้นฝั่งเอเชียอย่าง MSCI Asia Ex Jap และอีกประเด็นที่น่าสนใจคือ นายโจ ไบเดน ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ มีแผนที่จะเสนอชื่อ นางเจเน็ต เยลเลน อดีตประธานธนาคารกลางสหรัฐฯให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีคลังคนใหม่ โดยหากการเสนอชื่อได้รับการรับรองจากวุฒิสภา นางเยลเลน วัย 74 ปี ก็จะเป็นสุภาพสตรีคนแรกที่ได้ตำแหน่งรัฐมนตรีคลังของสหรัฐฯ ซึ่งอาจช่วยหนุนความหวังการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

ตราสารทุน

สหรัฐอเมริกา

ได้ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่อย่างไม่เป็นทางการ คือ นายโจ ไบเดน โดยทางสมาชิกวุฒิสภาจะเป็นฝ่ายของพรรค Republican ที่ครองเสียงข้างมาก และสมาชิสภาผู้แทนราษฎรจะเป็นพรรคเดโมแครต ที่ครองเสียงข้างมาก ทำให้ตลาดประเมินนโยบายที่จะกดดันหุ้น เช่น การขึ้นภาษีนิติบุคคล ว่ามีความเป็นไปได้ลดลง ซึ่งภาพของการเป็น Split Government อาจส่งผลบวกต่อตลาดหุ้นเนื่องจากนโยบายเช่นการขึ้นภาษี หรือขึ้นค่าแรงอาจทำได้ยาก ขณะที่มาตรการต่างๆ ที่คาดว่าน่าจะประกาศใช้ก็อาจทำได้ยากเช่นกัน ซึ่งในอนาคตอาจเกิดภาวะ Sell on Fact ในบางช่วงได้

ยุโรป

ฝั่งยุโรปตลาดหุ้นเริ่มมี Fund flow ไหลเข้าและทำผลตอบแทนได้โดดเด่นในเดือนที่ผ่านมา ทั้งนี้เป็นผลจากความหวังเรื่องของวัคซีนที่จะเกิดขึ้นทำให้ตลาดหุ้นยุโรปที่มีระดับราคาที่ถูกกว่ากลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว และตลาดหุ้นยุโรปยัง Laggard มีแรงซื้อกลับเข้ามา แต่อย่างไรก็ตามมาตรการล็อคดาวน์ในยุโรปยังคงมีความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจในยูโรโซน และยังคงต้องระมัดระวังการลงทุนในยุโรป ถึงแม้ตัวเลขผู้ติดเชื้อในยุโรปเริ่มลดลงจากการล็อคดาวน์ รวมถึงการที่ทางเยอรมนีอาจมีการขยายการล็อคดาวน์ออกไป อาจทำให้การใช้จ่ายช่วงคริสต์มาสอาจลดลง และส่งผลต่อตัวเลขเศรษฐกิจยุโรปในอนาคต ขณะที่ด้านตัวเลขเศรษฐกิจเริ่มส่งสัญญารชะลอตัวโดยผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของเยอรมนีขยายตัวน้อยกว่าคาดในเดือน ก.ย. จากผลของโควิด-19 ขณะที่ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) เพิ่มการเข้าซื้อพันธบัตรอังกฤษเป็น 8.95 แสนล้านปอนด์ (1.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) เพื่อพยุงเศรษฐกิจ

จีน

เดือนที่ผ่านมาสำนักงานสถิติจีน (NBS) เปิดเผยผลกำไร เดือนต.ค.อยู่ที่ 6.42 แสนล้านหยวน (9.77 หมื่นล้านดอลลาร์) เพิ่มขึ้น 10.1% เมื่อเทียบกับเดือนก.ย. และเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดในรอบ 3 ปีนับตั้งแต่เดือน ม.ค. 2560โดยผลกำไรของบริษัทอุตสาหกรรมจีนเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 ติดต่อกัน รวมถึง PMIs โดยเฉพาะภาคการผลิตในจีนปรับตัวดีขึ้น ส่วนด้านการเงินธนาคารกลางจีน (PBoC) ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ 1 ปี ที่ 3.85%ขณะที่ประเด็นการขึ้นบัญชีดำของบริษัทจีนจากสหรัฐฯเป็นข่าวที่ถูกนำมาเล่นอย่างต่อเนื่องและกดดันตลาดหุ้นจีนเป็นระยะ การขึ้นบัญชีบริษัทจีน อาจไม่ได้ส่งผลอย่างมีนัยยะ เนื่องจากหลายบริษัทที่ถูกขึ้นบัญชีเนื่องจากรายได้อยู่ในจีนเป็นหลัก และในเดือนที่ผ่านมา 15 ชาติเอเชีย เซ็นต์สัญญาข้อตกลงการค้า RCEP ได้แก่ ประเทศในอาเซียน 10 ประเทศ, จีน, เกาหลีใต้, ญี่ปุ่น, ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ เตรียมให้สมาชิกผ่านข้อตกลงรายประเทศในอีก 2 ปี ซึ่งโดยรวมทำให้จีนยังคงความน่าสนใจจากการปักหมุดการค้าในเอเชียได้สำเร็จจากการลงนาม RCEP

ไทย

ตลาดหุ้นไทยทำผลงานได้ Outperform ตลาดหุ้นภูมิภาคอื่น ประกอบกับการชุมนุมที่ผู้ลงทุนเริ่มคุ้นเคยกับประเด็นนี้ รวมถึงมาตรการการดูแลค่าเงินบาทที่ ธปท.เข้ามาดูแล ไม่ได้แรงมากและไม่ได้สกัดการไหลเข้าของเงินทุนต่างชาติ รวมถึงการที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ให้ธนาคารพาณิชย์สามารถจ่ายปันผลได้หลังผล Stress Test ผ่านส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนในประเทศดีขึ้นชัดเจน ประกอบกับปัจจัยภายนอกเรื่องของวัคซีนมีความคืบหน้าอย่างมาก ส่งผลให้มีเงินทุนไหลเข้ากลุ่มวัฏจักรอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มพลังงาน ธนาคาร

ตราสารหนี้

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯทรงตัวมากขึ้นหลังจากในช่วงก่อนหน้านี้ปรับตัวขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการที่ FED ได้เข้าซื้อตราสารหนี้ (QE) จึงเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยดูดซับปริมาณพันธบัตรรัฐบาลที่อยู่ในระบบ ขณะที่ตราสารหนี้ที่ให้ผลตอบแทนสูง (High Yield Bond) ผลตอบแทนปรับตัวลดลงสะท้อนภาวะที่ผู้ลงทุนเปิดรับความเสี่ยงเพิ่มขึ้น

nov_graph_03
nov_graph_03
nov_graph_05

สินทรัพย์ทางเลือก

Property Fund / REITs

กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ (REITs) และกลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) โดยรวมทั่วโลกปรับตัวขึ้นได้ดีหลังจากที่ปรับตัวลดลงไปก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะ REITs ของไทยปรับตัวขึ้นเกือบ 10%ขานรับการใช้จ่ายช่วงใกล้เทศกาลปีใหม่ รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากทางภาครัฐ และ REITs ของสิงคโปร์ปรับตัวขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 4 ติดต่อกัน โดยเฉพาะกลุ่ม Cyclical Reits ที่ขานรับประเด็นวัคซีนคืบหน้า

ทองคำและน้ำมัน

ทองคำ (COMEX) ปรับตัวลดลงกว่า 5% ในเดือนพฤศจิกายน หลังจากนักลงทุนเริ่มเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น รวมถึงความชัดเจนทั้งเรื่องการเมืองและเรื่องความคืบหน้าด้านวัคซีน

น้ำมันปรับตัวขึ้นได้โดดเด่นสะท้อนความหวังเรื่องที่เศรษฐกิจอาจกลับฟื้นคืนมาในปีหน้าหลังมีวัคซีน

nov_graph_06

สรุปมุมมองการลงทุนสำหรับเดือนธันวาคม

แนวโน้มการลงทุนมองว่า อาจเป็นบวกต่อเนื่องจากการที่ผู้ลงทุนมีความหวังประเด็นเรื่องการวัคซีนมากขึ้น แต่เราอาจเริ่มเห็นการ Rotation Play ที่เริ่มลดลง ทั้งในด้านของ Region และ Sectors ซึ่งหมุนไปในในภูมิภาคที่ยัง Laggard และ Under Perform อย่างยุโรป ญี่ปุ่น ที่เริ่มมี Momentum ที่น่าสนใจมากขึ้น หลังจากมีความคืบหน้าเรื่องวัคซีน ขณะที่เอเชียยังคงน่าสนใจในระยะกลางถึงยาว และในส่วนของกลุ่มอุตสาหกรรม เรามองว่า ยังคงมีความน่าสนใจแต่อาจเห็นการขายทำกำไรจากกลุ่มเทคโนโลยีและหุ้นกลุ่มเติบโตเป็นระยะจากข่าววัคซีน ซึ่งต่อจากนี้การหมุนไปเล่นกลุ่มที่เป็นวัฏจักร และกลุ่มหุ้นคุณค่าอาจเริ่มลดลง หลังจากที่ในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนที่มีการหมุนกลุ่มลงทุนอย่างชัดเจน

อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มเติบโตคาดว่าจะมีแรงซื้อกลับเข้ามาจากปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง รวมถึงตลาดหุ้นภูมิภาคเอเชียที่เติบโตต่อเนื่องและยังคงมีความน่าสนใจ แต่ยังคงต้องระมัดระวังตลาดหุ้นยุโรป ถึงแม้ตัวเลขผู้ติดเชื้อในยุโรปเริ่มลดลงจากการล็อคดาวน์ รวมถึงการที่ทางเยอรมนีอาจมีการขยายการล็อคดาวน์ออกไป อาจทำให้การใช้จ่ายช่วงคริสต์มาสอาจลดลง และส่งผลต่อตัวเลขเศรษฐกิจยุโรปในอนาคต และอาจต้องระวังแรงขายเพื่อล็อคกำไรช่วงวันหยุดยาวและช่วงเทศกาลปีใหม่

ประเด็นที่ต้องติดตามในเดือนธันวาคม คือ การประชุมครั้งสุดท้ายของปี 2020 ของธนาคารกลางยุโรป สหรัฐฯ และไทย รวมถึงติดตามเรื่องของ End of Brexit transition period ว่าท้ายที่สุดแล้วอังกฤษจะสามารถหาข้อสรุปเรื่อง Brexit ได้หรือไม่ และสิ่งที่ทั่วโลกต่างรอคอยคือการอนุมัติให้ใช้วัคซีนป้องกันโควิด-19 ในประเทศต่างๆ แต่ที่น่าสนใจคือ ตลาดได้ให้น้ำหนักประเด็นวัคซีนไปมากแล้ว รวมถึงกลุ่ม Value ที่เติบโตมาจาก Sentiment เป็นหลักมากกว่าการเติบโตจากปัจจัยพื้นฐาน ดังนั้นอาจต้องระวังแรงขายทำกำไรจากกลุ่มนี้เป็นระยะ

This document is produced by Eastspring Investments (Singapore) Limited and issued in:

Singapore and Australia (for wholesale clients only) by Eastspring Investments (Singapore) Limited (UEN: 199407631H), which is incorporated in Singapore, is exempt from the requirement to hold an Australian financial services licence and is licensed and regulated by the Monetary Authority of Singapore under Singapore laws which differ from Australian laws.


Hong Kong by Eastspring Investments (Hong Kong) Limited and has not been reviewed by the Securities and Futures Commission of Hong Kong.


This document is produced by Eastspring Investments (Singapore) Limited and issued in Thailand by TMB Asset Management Co., Ltd.


Indonesia by PT Eastspring Investments Indonesia, an investment manager that is licensed, registered and supervised by the Indonesia Financial Services Authority (OJK).


Malaysia by Eastspring Investments Berhad (531241-U).


United States of America (for institutional clients only) by Eastspring Investments (Singapore) Limited (UEN: 199407631H), which is incorporated in Singapore and is registered with the U.S Securities and Exchange Commission as a registered investment adviser.


European Economic Area (for professional clients only) and Switzerland (for qualified investors only) by Eastspring Investments (Luxembourg) S.A., 26, Boulevard Royal, 2449 Luxembourg, Grand-Duchy of Luxembourg, registered with the Registre de Commerce et des Sociétés (Luxembourg), Register No B 173737.


United Kingdom (for professional clients only) by Eastspring Investments (Luxembourg) S.A. - UK Branch, 125 Old Broad Street, London EC2N 1AR.


Chile (for institutional clients only) by Eastspring Investments (Singapore) Limited (UEN: 199407631H), which is incorporated in Singapore and is licensed and regulated by the Monetary Authority of Singapore under Singapore laws which differ from Chilean laws.


The afore-mentioned entities are hereinafter collectively referred to as Eastspring Investments.


The views and opinions contained herein are those of the author on this page, and may not necessarily represent views expressed or reflected in other Eastspring Investments’ communications. This document is solely for information purposes and does not have any regard to the specific investment objective, financial situation and/or particular needs of any specific persons who may receive this document. This document is not intended as an offer, a solicitation of offer or a recommendation, to deal in shares of securities or any financial instruments. It may not be published, circulated, reproduced or distributed without the prior written consent of Eastspring Investments. Reliance upon information in this posting is at the sole discretion of the reader. Please consult your own professional adviser before investing.

 

Investment involves risk. Past performance and the predictions, projections, or forecasts on the economy, securities markets or the economic trends of the markets are not necessarily indicative of the future or likely performance of Eastspring Investments or any of the funds managed by Eastspring Investments.


Information herein is believed to be reliable at time of publication. Data from third party sources may have been used in the preparation of this material and Eastspring Investments has not independently verified, validated or audited such data. Where lawfully permitted, Eastspring Investments does not warrant its completeness or accuracy and is not responsible for error of facts or opinion nor shall be liable for damages arising out of any person’s reliance upon this information. Any opinion or estimate contained in this document may subject to change without notice.


Eastspring Investments (excluding JV companies) companies are ultimately wholly-owned/indirect subsidiaries/associate of Prudential plc of the United Kingdom. Eastspring Investments companies (including JV’s) and Prudential plc are not affiliated in any manner with Prudential Financial, Inc., a company whose principal place of business is in the United States of America.