After FED Pivot, ได้เวลาลงทุนแล้วหรือยัง?

Our Key Takeaways

  • เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ พร้อมส่งสัญญาณว่าวัฏจักรการขึ้นดอกเบี้ยใกล้สิ้นสุดแล้ว และยอมรับว่าอัตราเงินเฟ้อมีทิศทางชะลอตัวลง
  • เฟดยังคงดำเนินนโยบายการเงินแบบ data dependent ต่อไปเหมือนเดิม โดยเปิดช่องให้สามารถชะลอการขึ้นดอกเบี้ยได้ในการประชุมครั้งถัดไปหากตัวเลขเศรษฐกิจสนับสนุน
  • เรามีมุมมองว่าบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยง และตราสารหนี้ โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มเติบโต และเห็นว่าเป็นจังหวะที่เหมาะสมในการเข้าลงทุนหลัง FED Pivot
  • แนะนำทยอยสะสมหุ้นกลุ่มเติบโตอย่าง TMB-ES-GCG, TMBGQG และ TMBUSBLUECHIP รวมถึงหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่อย่าง ES-USTECH และตราสารหนี้อย่าง TMBGINCOME และ TMB-ES-GSBOND

สรุปผลการประชุมเฟด

เจอโรม เพาเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) กล่าวว่า ผู้กำหนดนโยบายคาดว่าจะเพิ่มอัตราดอกเบี้ยอีก "สองครั้ง” ก่อนที่จะหยุดการใช้นโยบายที่เข้มงวดมากขึ้น แม้ว่าเฟดจะชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อควบคุมอัตราเงินเฟ้อในเดือนนี้ก็ตาม

ทางเฟดนำโดยคุณพาวเวลล์ได้มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้เป็น 4.5-4.75% ซึ่งเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอัตราที่ชะลอตัวลงจากเดือนธันวาคม 2022 ที่ปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.50% และการขึ้น 0.75% ถึง 4 ครั้งติดต่อกันในปีที่ผ่านมา

fed-pivot-img-1

นอกจากนี้เฟดยังส่งสัญญาณต่อว่าการขึ้นอัตราดอกเบี้ยยังไม่สิ้นสุด โดยพาวเวลล์กล่าวกับผู้สื่อข่าวหลังการประชุมว่า“เราคิดว่าเราได้ดำเนินการต่างๆมากแล้ว แต่ถึงกระนั้นเรายังมีงานต้องทำอีกมาก” ขณะที่ในแถลงการณ์ยังคงคำพูดเหมือนการประชุมครั้งก่อน โดยระบุว่า “คณะกรรมการคิดว่าการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของอัตราดอกเบี้ยนโยบายเป็นสิ่งเหมาะสมเพื่อให้บรรลุจุดยืนของนโยบายการเงินที่เข้มงวดเพียงพอที่จะทำให้อัตราเงินเฟ้อกลับมาที่ 2%”

อย่างไรก็ตาม เราพอเห็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าจุดสิ้นสุดของวัฏจักรการขึ้นดอกเบี้ยใกล้เข้ามาแล้ว โดยคณะกรรมการกล่าวว่า “ขอบเขตของการปรับขึ้นดอกเบี้ยในอนาคตจะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ รวมถึงการขึ้นดอกเบี้ยที่สะสมมาก่อนหน้านี้” ซึ่งจะแตกต่างจากก่อนหน้านี้ที่ใช้คำพูดว่า “ความเร็วของการขึ้นดอกเบี้ย" ในอนาคตจะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ นอกจากนี้ในระหว่างการแถลงข่าวพาวเวลล์ยังกล่าวเสริมอีกว่า “เราได้ขึ้นอัตราดอกเบี้ยมาแล้ว 4.5% และเรากำลังพูดถึงการปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 2-3 ครั้งเพื่อให้ไปถึงระดับที่เราคิดว่ามีความเข้มงวดอย่างเหมาะสม” ขณะที่ในส่วนของอัตราเงินเฟ้อนั้น เฟดก็มีการเปลี่ยนแปลงจากถ้อยแถลงครั้งล่าสุดเช่นกัน โดยเฟดระบุว่าอัตราเงินเฟ้อ “ได้ผ่อนคลายลงบ้างแต่ยังคงสูงอยู่” ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าผู้กำหนดนโยบายมีความมั่นใจมากขึ้นว่าแรงกดดันด้านราคาได้ผ่านจุดสูงสุดแล้ว ซึ่งจะต่างกับถ้อยแถลงก่อนหน้านี้ที่เจ้าหน้าเฟดที่ระบุว่าอัตราเงินเฟ้อ "สูงขึ้น“

แม้ว่าผู้กำหนดนโยบายการเงินจะประสบความสำเร็จในการควบคุมอัตราเงินเฟ้อ โดยมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสนใจอย่าง PCE ได้ชะลอตัวลงมาอยู่ที่ 5% เมื่อเทียบเป็นรายปีในเดือนธันวาคมจาก 7% ในเดือนมิถุนายน แต่เฟดยังไม่เต็มใจที่จะประกาศชัยชนะจนกว่าพวกเขาจะมั่นใจว่าอัตราเงินเฟ้อกำจะกลับสู่เป้าหมาย 2% โดยนายพาวเวลล์กล่าว ถึงกระนั้น เฟดต้องการ “หลักฐานเพิ่มเติมอย่างมาก” ว่าอัตราเงินเฟ้ออยู่ในเส้นทางขาลงอย่างต่อเนื่อง

fed-pivot-img-2

อย่างไรก็ตาม ตลาดให้ความสนใจกับคำกล่าวของประธานเฟดที่ยอมรับว่าแรงกดดันด้านราคาเริ่มผ่อนคลายลง มากกว่าแนวโน้มของเฟดในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไป โดยดัชนี S&P500 ปิดบวกมากกว่า 1% และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 2 ปีก็ปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็วเช่นกัน สะท้อนว่าตลาดหุ้นหันไปสนใจตัวเลขเศรษฐกิจจริงๆมากกว่าท่าทีหรือถ้อยแถลงของเฟดนั่นเอง

กลยุทธ์การลงทุน

เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายตามคาดที่ 0.25% และเริ่มมีท่าทีที่ Hawkish น้อยลงเรื่อยๆ พร้อมกับส่งสัญญาณว่าวัฏจักรการขึ้นดอกเบี้ยใกล้สิ้นสุดแล้วแม้ว่าจะกล่าวว่าจะขึ้นดอกเบี้ยต่ออีก 2-3 ครั้งก็ตาม อย่างไรก็ตามในระหว่างการตอบคำถามนักข่าว คุณพาวเวลล์ ได้กล่าวมาว่าการดำเนินนโยบายการเงินของเฟดจะขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจที่เข้ามา และเป็นการตัดสินใจแบบครั้งๆไป พร้อมบอกอีกว่าถ้าอัตราเงินเฟ้อปรับตัวลงเร็วกว่าคาด เฟดก็พร้อมหยุดการขึ้นดอกเบี้ยเช่นกัน เพราะเฟดไม่อยากให้ภาวะการเงินตึงตัวมากเกินไป

ในส่วนของอัตราเงินเฟ้อ เฟดยอมรับแล้วว่าผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว แต่สิ่งที่เฟดยังกังวลอยู่ก็คือเงินเฟ้อในภาคบริการที่ยังปรับตัวขึ้นอยู่ โดยเฉพาะในส่วนของค่าที่อยู่อาศัยซึ่งเป็นสัดส่วนใหญ่ถึงประมาณ 2 ใน 3 ของเงินเฟ้อ โดยเฟดต้องการเห็นทิศทางการปรับตัวลงของเงินเฟ้อในส่วนนี้ก่อนถึงจะพิจารณาหยุดการขึ้นดอกเบี้ย อย่างไรก็ตามทางทีมกลยุทธ์มองว่าอัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มปรับตัวลงต่อเนื่อง และในระหว่างนี้จนถึงการประชุมวันที่ 21-22 มีนาคม เฟดจะมีข้อมูลอัตราเงินเฟ้อของเดือนมกราคม และกุมภาพันธ์ ซึ่งน่าจะเป็นหลักฐานที่เพียงพอให้เฟดขึ้นดอกเบี้ย 0.25% เป็นครั้งสุดท้าย

ดังนั้น เราแนะนำให้เพิ่มสัดส่วนการลงทุนในหุ้นกลุ่มเติบโตมากขึ้นโดยเฉพาะในกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่และมีคุณภาพสูง โดยกองทุนแนะนำได้แก่ TMB-ES-GCG, TMBGQG และ TMBUSBLUECHIP รวมถึงหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่อย่าง ES-USTECH ขณะที่ในฝั่งของตราสารหนี้แนะนำทยอยสะสม TMBGINCOME และ TMB-ES-GSBOND เนื่องจากมีโอกาสได้ประโยชน์จาก yield ของพันธบัตรที่เริ่มปรับตัวลง

ใช่เวลาลงทุนหรือยัง?

การตัดสินใจลงทุนในช่วงตลาดมีปัญหาเศรษฐกิจหรือมีความไม่แน่นอนสูงเป็นเรื่องที่ค่อนข้างทำได้ยาก อย่างไรก็ตามเมื่อดูจากสถิติในอดีตแล้วพบว่าการลงทุนท่ามกลางสภาวะดังกล่าวนั้นสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีกว่าปกติให้กับนักลงุทนได้ โดยในอดีตที่ผ่านมาพบว่าการลงทุนเมื่อตลาดถึงจุดต่ำสุดของวิกฤติแต่ละรอบ โดยเฉพาะเมื่อเราลงทุน 1 ปี ซึ่งโดยส่วนใหญ่ยังคงให้ผลตอบแทนมากกว่าการลงทุน 3 เดือน และ 6 เดือน สะท้อนว่าแม้เราจะลงทุนหลังจากตลาดผ่านจุดต่ำสุดไปซักระยะ ตลาดหุ้นก็ยังคงสามารถปรับตัวขึ้นต่อได้นั่นเอง ดังนั้นถ้าเราเชื่อว่าตลาดหุ้นได้ผ่านจุดต่ำสุดไปตั้งแต่ปีที่แล้ว และปัญหาเงินเฟ้อได้สิ้นสุดไปแล้ว ตอนนี้จึงเป็นโอกาสการลงทุนที่ดีมากๆครั้งนึงและยังไม่สายเกินไปที่จะเข้าลงทุน

fed-pivot-img-3
fed-pivot-img-4
This document is produced by Eastspring Investments (Singapore) Limited and issued in:

Singapore and Australia (for wholesale clients only) by Eastspring Investments (Singapore) Limited (UEN: 199407631H), which is incorporated in Singapore, is exempt from the requirement to hold an Australian financial services licence and is licensed and regulated by the Monetary Authority of Singapore under Singapore laws which differ from Australian laws.


Hong Kong by Eastspring Investments (Hong Kong) Limited and has not been reviewed by the Securities and Futures Commission of Hong Kong.


This document is produced by Eastspring Investments (Singapore) Limited and issued in Thailand by TMB Asset Management Co., Ltd.


Indonesia by PT Eastspring Investments Indonesia, an investment manager that is licensed, registered and supervised by the Indonesia Financial Services Authority (OJK).


Malaysia by Eastspring Investments Berhad (531241-U).


United States of America (for institutional clients only) by Eastspring Investments (Singapore) Limited (UEN: 199407631H), which is incorporated in Singapore and is registered with the U.S Securities and Exchange Commission as a registered investment adviser.


European Economic Area (for professional clients only) and Switzerland (for qualified investors only) by Eastspring Investments (Luxembourg) S.A., 26, Boulevard Royal, 2449 Luxembourg, Grand-Duchy of Luxembourg, registered with the Registre de Commerce et des Sociétés (Luxembourg), Register No B 173737.


United Kingdom (for professional clients only) by Eastspring Investments (Luxembourg) S.A. - UK Branch, 125 Old Broad Street, London EC2N 1AR.


Chile (for institutional clients only) by Eastspring Investments (Singapore) Limited (UEN: 199407631H), which is incorporated in Singapore and is licensed and regulated by the Monetary Authority of Singapore under Singapore laws which differ from Chilean laws.


The afore-mentioned entities are hereinafter collectively referred to as Eastspring Investments.


The views and opinions contained herein are those of the author on this page, and may not necessarily represent views expressed or reflected in other Eastspring Investments’ communications. This document is solely for information purposes and does not have any regard to the specific investment objective, financial situation and/or particular needs of any specific persons who may receive this document. This document is not intended as an offer, a solicitation of offer or a recommendation, to deal in shares of securities or any financial instruments. It may not be published, circulated, reproduced or distributed without the prior written consent of Eastspring Investments. Reliance upon information in this posting is at the sole discretion of the reader. Please consult your own professional adviser before investing.

 

Investment involves risk. Past performance and the predictions, projections, or forecasts on the economy, securities markets or the economic trends of the markets are not necessarily indicative of the future or likely performance of Eastspring Investments or any of the funds managed by Eastspring Investments.


Information herein is believed to be reliable at time of publication. Data from third party sources may have been used in the preparation of this material and Eastspring Investments has not independently verified, validated or audited such data. Where lawfully permitted, Eastspring Investments does not warrant its completeness or accuracy and is not responsible for error of facts or opinion nor shall be liable for damages arising out of any person’s reliance upon this information. Any opinion or estimate contained in this document may subject to change without notice.


Eastspring Investments (excluding JV companies) companies are ultimately wholly-owned/indirect subsidiaries/associate of Prudential plc of the United Kingdom. Eastspring Investments companies (including JV’s) and Prudential plc are not affiliated in any manner with Prudential Financial, Inc., a company whose principal place of business is in the United States of America.