มุมมองการลงทุนรายสัปดาห์ 7 – 11 พ.ย. 65

Highlight of the Week

  • ประธานาธิบดี โจ ไบเดน แห่งสหรัฐฯกล่าวว่า เขาต้องการกำหนดภาษีที่สูงขึ้นสำหรับบริษัทน้ำมันที่มีผลกำไรที่ “มหาศาล” ที่ไม่นำเงินกลับไปลงทุนในกระบวนการผลิตน้ำมัน
  • ยูนิลีเวอร์ยักษ์ใหญ่ด้านสินค้าผู้บริโภคกำลังขยายการทดลองใช้สัปดาห์การทำงาน 4 วันให้กับพนักงานชาวออสเตรเลีย หลังจากการทดลองเวลา 18 เดือนในนิวซีแลนด์ประสบความสำเร็จ ซึ่งในระหว่างการทดลอง การขาดงานลดลง 34% และระดับความเครียดลดลง 33%
  • ประธานาธิบดี Jair Bolsonaro ของบราซิลให้คำมั่นว่าจะเคารพรัฐธรรมนูญ และอนุญาตให้รัฐบาลเริ่มการถ่ายทอดงานหลังจากที่เขาแพ้การเลือกตั้งให้แก่ Luiz Inacio Lula da Silva
  • เฟดขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.75% ติดต่อกันเป็นครั้งที่สี่ตามที่ตลาดคาดการณ์ ทำให้อัตราดอกเบี้ยขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 3.75-4%
  • รัสเซียตกลงที่จะให้ยูเครนส่งออกพืชผลได้อย่างปลอดภัย โดยพลิกกลับจากเพียงไม่กี่วันก่อนหน้าซึ่งพึ่งปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าวจากตุรกีและสหประชาชาติ

ภาพรวมการลงทุนในสัปดาห์ที่ผ่านมา

ดัชนี Fear & Greed Index ปิดที่ระดับ 58 จุดกระโดดเข้าสู่โซน Greed จากสัปดาห์ก่อนหน้าในโซน Greed ที่ระดับ 61 จุด โดยตลาดหุ้นทั่วโลกได้แรงหนุนจากการประกาศผลประกอบการไตรมาสที่ 3 ของตลาดหุ้นสหรัฐฯซึ่งมีแนวโน้มดีกว่าที่คาดการณ์ อย่างไรก็ตามในช่วงท้ายสัปดาห์ตลาดเคลื่อนไหวผันผวนหลังจากเฟดขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.75% พร้อมส่งสัญญาณขัดแย้งกัน โดยระบุว่าอาจชะลอการขึ้นดอกเบี้ยในเดือนธันวาคมเป็นต้นไป แต่อัตราดอกเบี้ย terminal rate จะสูงกว่าที่ได้ประเมินไว้ก่อนหน้านี้

ในส่วนของตลาดหุ้นเอเชียตอบรับข่าวลือว่าจีนจะมีการผ่อนคลายมาตรการ Covid-Zero เร็วๆนี้ ส่งผลให้มีแรงซื้อกลับเข้ามาทั้งตลาดหุ้นจีน onshore และ offshore ทั้งนี้ประเด็นที่ต้องเฝ้าระวังต่อคือนโยบายของรัฐบาลจีนชุดใหม่ซึ่ง Xi Jinping ทำการรวบอำนาจทั้งหมดผ่านการแต่งตั้งนักการเมืองคนสนิทในตำแหน่งสำคัญซึ่งจะทำให้ Xi มีอำนาจที่จะดำเนินนโยบายที่ก้าวร้าว เช่น Common-prosperity Covid-Zero หรือ สงครามกับไต้หวันได้ง่ายยิ่งขึ้นในช่วง 5 ปีข้างหน้า สัปดาห์นี้ติดตามผลประกอบไตรมาส 3 ต่อเนื่อง ตัวเลข GDP ของสหราชอาณาจักรที่น่าจะเข้าสู่ recession ขณะที่ในฝั่งสหรัฐฯต้องติดตามตัวเลขอัตราเงินเฟ้อเดือนตุลาคมที่จะมีผลต่อการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด และการเลือกตั้งกลางเทอม ที่คาดว่าพรรคเดโมแครตจะสูญเสียเก้าอี้ในสภาหลายตำแหน่งซึ่งจะมีผลต่อการดำเนินนโยบายต่างๆของประธานาธิบดี โจ ไบเดน

ตลาดหุ้นโลก

เรามองว่าการขึ้นดอกเบี้ย เศรษฐกิจถดถอยและประเด็น รัสเซีย-ยูเครน ยังทำให้ตลาดหุ้นผันผวนในระยะสั้น อย่างไรก็ตามเรามองว่าตลาดรับรู้ปัจจัยลบในราคาหุ้นไปค่อนข้างมาก ขณะที่ตัวเลขภาคแรงงานและผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนที่แข็งแกร่งทำให้เรามีมุมมองเชิงบวกกับหุ้นในกลุ่มเติบโตอย่างหุ้น Growth และ Technology มากขึ้น แนะนำนักลงทุนเริ่มทยอยสะสมกองทุนสไตล์ Growth รวมไปถึงนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูงสามารถทยอยสะสมหุ้นเทคโนโลยีและนวัตกรรมขนาดใหญ่เพื่อเปิดโอกาสสร้างผลตอบแทนหลัง Risk/Reward มีความน่าสนใจ

ตลาดหุ้นจีน

การฟื้นตัวอย่างอ่อนแอหลังการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์เข้ามาชดเชยปัจจัยสนับสนุนอย่างการลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางจีนและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมูลค่ามหาศาลที่ประกาศออกมาติดต่อกันในตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นมา ทำให้เรามีมุมมองเป็นกลางต่อตลาดหุ้นจีนมากขึ้น ขณะที่รัฐบาลชุดใหม่ของจีนรวบอำนาจสู่ Xi Jinping ด้วยการเลือกคนสนิทและปลดขั้วการเมืองฝั่งตรงข้าม เข้ามาเป็นความเสี่ยงใหม่ซึ่งต้องติดตามว่าจะมีการปฏิรูปนโยบายต่างๆอย่างก้าวร้าวหรือไม่ แนะนำถือลงทุนหุ้นจีนข้ามผ่านช่วงเวลาที่ผันผวนในช่วงปลายปี

ตลาดหุ้นยุโรป

ยังต้องติดตามผลกระทบจากการตอบโต้การคว่ำบาตรของรัสเซียที่พยายามปิดท่อส่งก๊าซ Nord Stream รวมถึงรัสเซียอาจคว่ำบาตรการส่งออกน้ำมันให้กับยุโรป ซึ่งทำให้ประเทศในภูมิภาคยุโรปซึ่งกำลังประสบปัญหาราคาพลังงานแพงยิ่งทวีความรุนแรงมากกว่าเดิม นอกจากนี้อัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นกดดันให้ ECB ต้องเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย สำหรับนักลงทุนที่ไม่ต้องการรับความเสี่ยง แนะนำลดสัดส่วนการลงทุนในยุโรปและอังกฤษ

ตลาดหุ้นญี่ปุ่น

อัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับต่ำทำให้ BoJ ยังคงสามารถใช้นโยบายการเงินผ่อนคลายได้ต่อไป ประกอบกับการอ่อนค่าของค่าเงินเยนเป็นปัจจัยหนุนต่อหุ้นกลุ่มส่งออกของญี่ปุ่น ขณะที่รัฐบาลยังมีการใช้นโยบายการคลังอย่างต่อเนื่องเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตามญี่ปุ่นยังมีปัญหาเรื่องการบริโภคที่อ่อนแอประกอบกับ Upside ที่จำกัดหลังตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นในช่วงที่ผ่านมา

ตลาดหุ้นอินเดีย

เศรษฐกิจยังคงเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง ขณะที่ธนาคารกลางรีบขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อควบคุมอัตราเงินเฟ้อ ทำให้อัตราเงินเฟ้อเริ่มปรับตัวลงเข้าสู่กรอบเป้าหมายที่ 6% ประกอบกับรัฐบาลมีการออกมาตรการต่างๆเพื่อควบคุมเงินเฟ้อเช่นกัน อย่างไรก็ตาม valuation ยังคงอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นอื่นๆในเอเชีย ประกอบกับมีโอกาสมีเงินทุนจะไหลออกมากขึ้นเนื่องจากขาดดุลการค้าต่อเนื่องและทำให้ค่าเงินอ่อนตัว แนะนำคงสัดส่วนกองทุนหุ้นอินเดีย

ตลาดหุ้นเวียดนาม

ตลาดหุ้นเวียดนามถูกกดดันจากการที่รัฐบาลเข้าปราบปรามการทุจริตและการปั่นหุ้นรวมทั้งผลกระทบจากแนวโน้มการปรับขึ้นดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ อย่างไรก็ตามการแทรกแซงของรัฐบาลและการเร่งขึ้นดอกเบี้ยต่างเป็นปัจจัยที่ส่งผลดีต่อตลาดหุ้นในระยะกลาง-ยาว ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจยังคงฟื้นตัวจากโควิด-19 อย่างแข็งแกร่งในเกือบทุกมิติ นอกจากนี้ valuation ปรับตัวลงมาอยู่ในระดับที่น่าสนใจ แนะนำทยอยสะสมกองทุนหุ้นเวียดนาม

กองทุนอสังหาริมทรัพย์ REITs ไทยและสิงคโปร์

มีแนวโน้มที่ดีขึ้นต่อเนื่องหลังจากรัฐบาลทั้งสองประเทศลดความเข้มงวดของนโยบายป้องกันโควิดลงอย่างมาก พร้อมทั้งพยายามเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม REITs ไทยยังคงถูกกดดันจากอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น ซึ่งเราคาดว่าแบงก์ชาติมีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ยอีก 1-2 ครั้งในปีนี้ ขณะที่ REITs สิงคโปร์ แต่ถูกกดดันด้วยการเข้มงวดนโยบายการเงินเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ ทั้งนี้ Dividend Yield Gap ของทั้งสองประเทศอยู่ในระดับที่น่าสนใจเทียบกับ REITs ของประเทศอื่นๆ Valuation ค่อนข้างถูก และมีโอกาสฟื้นตัวได้มากกว่าที่คาดหากการเปิดประเทศช่วยกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวของไทยและ ภาคการค้าและแรงงานของสิงคโปร์ รอเพียงปัจจัยสนับสนุนจาก Fund Inflow นักลงทุนที่จะกลับเข้ามาเมื่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐฯชะลอตัวลง

ทองคำ

เรายังมีมุมมองเป็นกลางกับทองคำแม้ว่าจะได้รับแรงสนับสนุนจากการเข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยจากความเสี่ยงเศรษฐกิจถดถอย เนื่องจากทองคำมีทั้งปัจจัยหนุน เช่น สถานการณ์สงคราม และโอกาสการเกิดเศรษฐกิจถดถอย และปัจจัยกดดัน เช่น real yield กลับขึ้นเป็นบวก และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรกลับมาอยู่ในระดับที่น่าสนใจ

น้ำมัน

เรามีมุมมองเป็นลบกับน้ำมันมากขึ้นหลังเศรษฐกิจทั่วโลกส่งสัญญาณถดถอยอย่างชัดเจนและกดดันความต้องการใช้น้ำมัน ขณะที่แรงหนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนหลังการปลดล็อกดาวน์ไม่ได้เร็วอย่างที่คาดการณ์ก่อนหน้านี้

This document is produced by Eastspring Investments (Singapore) Limited and issued in:

Singapore and Australia (for wholesale clients only) by Eastspring Investments (Singapore) Limited (UEN: 199407631H), which is incorporated in Singapore, is exempt from the requirement to hold an Australian financial services licence and is licensed and regulated by the Monetary Authority of Singapore under Singapore laws which differ from Australian laws.


Hong Kong by Eastspring Investments (Hong Kong) Limited and has not been reviewed by the Securities and Futures Commission of Hong Kong.


This document is produced by Eastspring Investments (Singapore) Limited and issued in Thailand by TMB Asset Management Co., Ltd.


Indonesia by PT Eastspring Investments Indonesia, an investment manager that is licensed, registered and supervised by the Indonesia Financial Services Authority (OJK).


Malaysia by Eastspring Investments Berhad (531241-U).


United States of America (for institutional clients only) by Eastspring Investments (Singapore) Limited (UEN: 199407631H), which is incorporated in Singapore and is registered with the U.S Securities and Exchange Commission as a registered investment adviser.


European Economic Area (for professional clients only) and Switzerland (for qualified investors only) by Eastspring Investments (Luxembourg) S.A., 26, Boulevard Royal, 2449 Luxembourg, Grand-Duchy of Luxembourg, registered with the Registre de Commerce et des Sociétés (Luxembourg), Register No B 173737.


United Kingdom (for professional clients only) by Eastspring Investments (Luxembourg) S.A. - UK Branch, 125 Old Broad Street, London EC2N 1AR.


Chile (for institutional clients only) by Eastspring Investments (Singapore) Limited (UEN: 199407631H), which is incorporated in Singapore and is licensed and regulated by the Monetary Authority of Singapore under Singapore laws which differ from Chilean laws.


The afore-mentioned entities are hereinafter collectively referred to as Eastspring Investments.


The views and opinions contained herein are those of the author on this page, and may not necessarily represent views expressed or reflected in other Eastspring Investments’ communications. This document is solely for information purposes and does not have any regard to the specific investment objective, financial situation and/or particular needs of any specific persons who may receive this document. This document is not intended as an offer, a solicitation of offer or a recommendation, to deal in shares of securities or any financial instruments. It may not be published, circulated, reproduced or distributed without the prior written consent of Eastspring Investments. Reliance upon information in this posting is at the sole discretion of the reader. Please consult your own professional adviser before investing.

 

Investment involves risk. Past performance and the predictions, projections, or forecasts on the economy, securities markets or the economic trends of the markets are not necessarily indicative of the future or likely performance of Eastspring Investments or any of the funds managed by Eastspring Investments.


Information herein is believed to be reliable at time of publication. Data from third party sources may have been used in the preparation of this material and Eastspring Investments has not independently verified, validated or audited such data. Where lawfully permitted, Eastspring Investments does not warrant its completeness or accuracy and is not responsible for error of facts or opinion nor shall be liable for damages arising out of any person’s reliance upon this information. Any opinion or estimate contained in this document may subject to change without notice.


Eastspring Investments (excluding JV companies) companies are ultimately wholly-owned/indirect subsidiaries/associate of Prudential plc of the United Kingdom. Eastspring Investments companies (including JV’s) and Prudential plc are not affiliated in any manner with Prudential Financial, Inc., a company whose principal place of business is in the United States of America.