มุมมองการลงทุนรายสัปดาห์ ประจำวันที่ 13 – 17มี.ค.66

Highlight of the week

  • ประธานาธิบดี Xi Jinping อนุมัติการยกเครื่องระบบราชการของจีนครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันให้เศรษฐกิจสามารถพึ่งพาตนเองได้มากขึ้น ท่ามกลางความพยายามของสหรัฐฯ ในการป้องกันไม่ให้จีนขโมยเทคโนโลยีขั้นสูง
  • ประธาน Jerome Powell กล่าวว่าธนาคารกลางสหรัฐมีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสูงขึ้นและอาจเร็วกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้านี้เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ ซึ่งเป็นท่าทีที่ก้าวร้าวอย่างผิดคาดหลังจากการชะลอการปรับขึ้นดอกเบี้ยเมื่อเดือนที่แล้ว
  • หุ้นธนาคารสหรัฐร่วงลงมากที่สุดในรอบเกือบ 3 ปี หลังจากทั้ง SVB และ Silvergate ประสบปัญหาในวันเดียวกัน ทำให้เกิดความกังวลว่าอัตราดอกเบี้ยที่พุ่งสูงขึ้นกำลังกัดกร่อนงบดุลในอุตสาหกรรมการเงิน
  • แหล่งข่าวเปิดเผยว่าสหรัฐฯกำลังวางแผนยกเลิกข้อกำหนดการทดสอบโควิด-19 สำหรับนักเดินทางจากจีนภายในสัปดาห์นี้ หลังจากที่ทีมบริหารของ ปธน. Biden ประกาศในเดือนมกราคมให้นักเดินทางจากจีนทุกคนที่มีอายุเกิน 2 ปีต้องทดสอบโควิดเป็นลบก่อนเข้าสู่สหรัฐฯ

ภาพรวมการลงทุนในสัปดาห์ที่ผ่านมา

ภาพรวมการลงทุนในสัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนี Fear & Greed Index ปิดที่ระดับ 24 จุดในโซน Extreme Fear ลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้าในโซน Neutral ที่ระดับ 53 จุด โดยตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลงหลังจากประธานเฟด เจอโรม พาวเวลล์ เปิดโอกาสการขึ้นดอกเบี้ย 0.50% ในการประชุมเดือนมีนาคมถ้าตัวเลขเศรษฐกิจสนับสนุน รวมถึงระบุอีกว่าอัตราดอกเบี้ยจะขึ้นไปสูงกว่าที่เฟดได้คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้

ทั้งนี้เราประเมินว่า Fed ไม่น่าจะกลับไปขึ้นดอกเบี้ยนโยบายแบบแข็งกร้าวในช่วงที่เหลือ แต่จะเป็นการขึ้นดอกเบี้ยเพื่อค่อยๆกดเงินเฟ้อและไม่ทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฯเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย นอกจากนี้ตลาดยังถูกกดดันจากข่าว SVB ล้มละลายจากปัญหาสภาพคล่อง ทำให้เกิดการเทขายหุ้นในกลุ่มธนาคาร

ด้านตลาดหุ้นยุโรปปิดสัปดาห์ในแดนลบตามฝั่งสหรัฐฯจากประเด็นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม จากตัวเลขเศรษฐกิจที่ไม่ได้อ่อนแอมากนักในช่วงที่ผ่านมาทำให้เรามีมุมมองเชิงบวกกับยุโรปเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ด้านตลาดหุ้นจีนปิดสัปดาห์ในแดนลบ หลังจากที่นักลงทุนจับตาการประชุม CCP รวมถึงการประกาศเป้า GDP ปี 2023 ที่ออกมาต่ำกว่าคาดที่ 5% เท่านั้น ขณะที่นักลงทุนยังคงต้องจับตาท่าทีความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯและจีนอย่างใกล้ชิดต่อเนื่อง สัปดาห์นี้ติดตามการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อเดือนกุมภาพันธ์ของสหรัฐฯซึ่งจะมีผลต่อการตัดสินใจของเฟดในวันที่ 22 มีนาคมนี้ นอกจากนี้ยังต้องติดตามการประชุม ECB ที่คาดว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.50%

ตลาดหุ้นโลก

แม้ว่าตัวเลขเงินเฟ้อทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภคเดือนมกราคมออกมาสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ แต่ข้อสังเกตที่น่าสนใจคือ แม้ว่าเฟดจะส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยต่อจนถึงเดือนมิถุนายน รวมถึงอัตราดอกเบี้ย terminal rate ที่มีโอกาสสูงขึ้น แต่ตลาดหุ้นโดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีไม่ได้ตกใจแรงเหมือนในรอบก่อนๆ ทำให้เรามีมุมมองเชิงบวกกับหุ้นกลุ่มที่อ่อนไหวต่อการขึ้นดอกเบี้ยอย่างกลุ่ม Growth แนะนำทยอยสะสมหุ้น Growth และ Big Tech ซึ่งเราคาดว่าจะฟื้นตัวได้แข็งแรงในช่วงที่เหลือของปีจากที่ดอกเบี้ยเริ่มเปลี่ยนทิศ

ตลาดหุ้นจีน

เราเห็นแนวโน้มเชิงบวกต่อตลาดหุ้นจีน หลังจากที่รัฐบาลคอมมิวนิสต์ชุดใหม่มีนโยบายผ่อนคลายมาตรการ covid-zero อย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้ประกาศเปิดประเทศตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 23 ขณะที่การปฏิรูปนโยบายด้าน Common Prosperity ที่เรากังกลไม่ได้ส่งสัญญาณก้าวร้าวอย่างที่คิด รวมถึงภาครัฐฯมีท่าทีผ่อนคลายกฎ three red line ในภาคอสังหาฯอีกด้วย นอกจากนั้นเริ่มเห็นการปรับคาดการณ์กำไรเพิ่มขึ้นสำหรับหุ้นขนาดใหญ่ทั้งกลุ่ม Onshore และ Offshore ประกอบกับ Valuation ยังอยู่ในระดับที่น่าสนใจ แนะนำเริ่มทยอยสะสมกองทุนหุ้นจีนโดยเน้นไปที่หุ้นขนาดใหญ่ รวมไปถึงกลุ่ม Thematic ที่ได้ประโยชน์จากการบริโภคของชาวจีน เป็นกลุ่มที่สามารถสะสมเพื่อเสริมพอร์ตในช่วงนี้

ตลาดหุ้นยุโรป

ยังคงต้องติดตามทิศทางของอัตราเงินเฟ้อต่อเนื่อง แม้ว่าราคาก๊าซเริ่มมีทิศทางปรับตัวลงแล้วเนื่องจากคาดว่าปีนี้จะหนาวน้อยกว่าปกติ อย่างไรก็ตามด้วยอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานที่ยังออกมาสูงกว่าคาดนั้นจะกดดันให้ ECB ต้องเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย และกดดันการเติบโตของเศรษฐกิจซึ่งอาจเข้าสู่ Recession ได้ อย่างไรก็ตามด้วย Valuation ที่ค่อนข้างถูกประกอบกับตัวเลขเศรษฐกิจและผลประกอบการ 4Q/22 ที่อ่อนแอน้อยกว่าคาด

ตลาดหุ้นญี่ปุ่น

อัตราเงินเฟ้อญี่ปุ่นขยายตัวสูงสุดตั้งแต่ปี 1981 ส่งผลให้ BoJ กำลังเริ่มเข้มงวดนโยบายการเงินเพิ่มขึ้นเพื่อช่วยประคองทั้งค่าเงินและสถานะการคลังของประเทศ ทำให้การอ่อนค่าของค่าเงินเยนที่เคยหนุนหุ้นกลุ่มส่งออกของญี่ปุ่นและต้นทุนการกู้ยืมที่ต่ำกำลังจะหายไปในไม่ช้า ประกอบกับจะมีการเปลี่ยนผู้ว่าฯ BoJ ในซึ่งอาจใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น อย่างไรก็ดีรัฐบาลยังมีการใช้นโยบายการคลังอย่างต่อเนื่องเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นปัจจัยหนุน ทำให้ญี่ปุ่นเป็นตลาดที่ต้องติดตามผลกระทบอย่างใกล้ชิด

ตลาดหุ้นอินเดีย

เศรษฐกิจยังคงเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง ขณะที่ธนาคารกลางรีบขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อควบคุมอัตราเงินเฟ้อ ทำให้อัตราเงินเฟ้อเริ่มปรับตัวลงเข้าสู่กรอบเป้าหมายที่ 6% ประกอบกับรัฐบาลมีการออกมาตรการต่างๆเพื่อควบคุมเงินเฟ้อเช่นกัน อย่างไรก็ตาม valuation ยังคงอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นอื่นๆในเอเชีย ประกอบกับมีโอกาสมีเงินทุนจะไหลออกมากขึ้นเนื่องจากขาดดุลการค้าต่อเนื่องและทำให้ค่าเงินอ่อนตัว

ตลาดหุ้นเวียดนาม

ตลาดหุ้นถูกกดดันจากการที่รัฐบาลเข้าปราบปรามการทุจริตและการปั่นหุ้นรวมทั้งผลกระทบจากการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ แนะนำคงสัดส่วนสำหรับนักลงทุนระยะสั้น อย่างไรก็ดีการแทรกแซงของรัฐบาลและการเร่งขึ้นดอกเบี้ยต่างเป็นปัจจัยที่ส่งผลดีในระยะกลาง-ยาว ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจยังคงฟื้นตัวจากโควิด-19 อย่างแข็งแกร่งในเกือบทุกมิติ รวมถึง valuation ที่น่าสนใจในระดับ -2SD สำหรับนักลงทุนระยะยาวแนะนำใช้โอกาสที่ตลาดปรับฐานเพื่อสะสมกองทุนหุ้นเวียดนาม

กองทุนอสังหาริมทรัพย์ REITs ไทยและสิงคโปร์

มีแนวโน้มที่ดีขึ้นต่อเนื่องหลังจากรัฐบาลทั้งสองประเทศลดความเข้มงวดของนโยบายป้องกันโควิดลงอย่างมาก พร้อมทั้งพยายามเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม REITs ไทยยังคงถูกกดดันจากอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นซึ่งเราคาดว่าแบงก์ชาติมีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ยอีก 1-2 ครั้ง ขณะที่ REITs สิงคโปร์ ถูกกดดันด้วยการเข้มงวดนโยบายการเงินเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ ทั้งนี้ Dividend Yield Gap ของทั้งสองประเทศอยู่ในระดับที่น่าสนใจเทียบกับ REITs ของประเทศอื่นๆ Valuation ค่อนข้างถูก และมีโอกาสฟื้นตัวได้โดยเฉพาะเมื่อจีนประกาศเปิดประเทศตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2566

ทองคำ

เรายังมีมุมมองเป็นกลางกับทองคำแม้ว่าจะได้รับแรงสนับสนุนจากการเข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยจากความเสี่ยงเศรษฐกิจถดถอย เนื่องจากทองคำมีทั้งปัจจัยหนุน เช่น สถานการณ์สงคราม และโอกาสการเกิดเศรษฐกิจถดถอย และปัจจัยกดดัน เช่น real yield กลับขึ้นเป็นบวก และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรกลับมาอยู่ในระดับที่น่าสนใจ

น้ำมัน

เรามีมุมมองเป็นลบกับน้ำมันมากขึ้นหลังเศรษฐกิจทั่วโลกส่งสัญญาณถดถอยอย่างชัดเจนและกดดันความต้องการใช้น้ำมัน อย่างไรก็ตามการเปิดประเทศของจีนอาจทำให้มีความต้องการใช้น้ำมันกลับเข้ามาในช่วงไตรมาส 1/23

คำเตือน

  • ความคิดเห็นใดๆ ในเอกสารฉบับนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของทีมผู้เขียน มิได้เป็นความคิดเห็นอย่างเป็นทางการของ บลจ.อีสท์สปริง (ประเทศไทย) ดังนั้น บลจ.อีสท์สปริง (ประเทศไทย) จึงไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น ทั้งนี้เอกสารควรใช้คู่กับหนังสือชี้ชวน
  • การลงทุนมิใช่การฝากเงินและมีความเสี่ยงในการลงทุน ผู้ถือหน่วยลงทุนอาจได้รับเงินลงทุนมากกว่าหรือน้อยกว่าการลงทุนเริ่มแรกก็ได้ และอาจไม่ได้รับชำระเงินค่าขายคืนหน่วยลงทุนภายในระยะเวลาที่กำหนดหรืออาจไม่สามารถขายคืนหน่วยลงทุนได้ตามที่มีคำสั่งไว้
  • แม้ว่ากองทุนรวมตลาดเงินลงทุนได้เฉพาะทรัพย์สินที่มีความเสี่ยงต่ำ แต่มีโอกาสขาดทุนได้ การลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมตลาดเงินไม่ใช่การฝากเงิน และมีความเสี่ยงจากการลงทุนซึ่งผู้ลงทุนอาจไม่ได้รับเงินลงทุนคืนเต็มจำนวน
This document is produced by Eastspring Investments (Singapore) Limited and issued in:

Singapore and Australia (for wholesale clients only) by Eastspring Investments (Singapore) Limited (UEN: 199407631H), which is incorporated in Singapore, is exempt from the requirement to hold an Australian financial services licence and is licensed and regulated by the Monetary Authority of Singapore under Singapore laws which differ from Australian laws.


Hong Kong by Eastspring Investments (Hong Kong) Limited and has not been reviewed by the Securities and Futures Commission of Hong Kong.


This document is produced by Eastspring Investments (Singapore) Limited and issued in Thailand by TMB Asset Management Co., Ltd.


Indonesia by PT Eastspring Investments Indonesia, an investment manager that is licensed, registered and supervised by the Indonesia Financial Services Authority (OJK).


Malaysia by Eastspring Investments Berhad (531241-U).


United States of America (for institutional clients only) by Eastspring Investments (Singapore) Limited (UEN: 199407631H), which is incorporated in Singapore and is registered with the U.S Securities and Exchange Commission as a registered investment adviser.


European Economic Area (for professional clients only) and Switzerland (for qualified investors only) by Eastspring Investments (Luxembourg) S.A., 26, Boulevard Royal, 2449 Luxembourg, Grand-Duchy of Luxembourg, registered with the Registre de Commerce et des Sociétés (Luxembourg), Register No B 173737.


United Kingdom (for professional clients only) by Eastspring Investments (Luxembourg) S.A. - UK Branch, 125 Old Broad Street, London EC2N 1AR.


Chile (for institutional clients only) by Eastspring Investments (Singapore) Limited (UEN: 199407631H), which is incorporated in Singapore and is licensed and regulated by the Monetary Authority of Singapore under Singapore laws which differ from Chilean laws.


The afore-mentioned entities are hereinafter collectively referred to as Eastspring Investments.


The views and opinions contained herein are those of the author on this page, and may not necessarily represent views expressed or reflected in other Eastspring Investments’ communications. This document is solely for information purposes and does not have any regard to the specific investment objective, financial situation and/or particular needs of any specific persons who may receive this document. This document is not intended as an offer, a solicitation of offer or a recommendation, to deal in shares of securities or any financial instruments. It may not be published, circulated, reproduced or distributed without the prior written consent of Eastspring Investments. Reliance upon information in this posting is at the sole discretion of the reader. Please consult your own professional adviser before investing.

 

Investment involves risk. Past performance and the predictions, projections, or forecasts on the economy, securities markets or the economic trends of the markets are not necessarily indicative of the future or likely performance of Eastspring Investments or any of the funds managed by Eastspring Investments.


Information herein is believed to be reliable at time of publication. Data from third party sources may have been used in the preparation of this material and Eastspring Investments has not independently verified, validated or audited such data. Where lawfully permitted, Eastspring Investments does not warrant its completeness or accuracy and is not responsible for error of facts or opinion nor shall be liable for damages arising out of any person’s reliance upon this information. Any opinion or estimate contained in this document may subject to change without notice.


Eastspring Investments (excluding JV companies) companies are ultimately wholly-owned/indirect subsidiaries/associate of Prudential plc of the United Kingdom. Eastspring Investments companies (including JV’s) and Prudential plc are not affiliated in any manner with Prudential Financial, Inc., a company whose principal place of business is in the United States of America.