มาทำความเข้าใจมิลเลนเนียลใหม่กันเถอะ

คำว่า 'มิลเลนเนียล' มักจะมาพร้อมกับความรู้สึกด้านลบที่เกิดขึ้นจากภาพลักษณ์เรื่องทัศนคติที่ไม่ดีของคนรุ่นใหม่ แต่ภาพลักษณ์เหล่านี้เป็นสิ่งที่ดูกว้างมากที่จะเหมารวมถึงคนทั้งรุ่น ที่มีอายุตั้งแต่วัย 20 ต้นๆไปจนถึง 30 ปลายๆ

ลองมาหักล้าง 3 ภาพจำที่เจอบ่อย

1. กลุ่มมิลเลนเนียล ไม่มีความมุ่งมั่น พวกเขาเปลี่ยนงานบ่อย

หน่วยงานวิจัยในสหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริการายงานว่า แรงงานที่อายุน้อยกว่า แท้ที่จริงแล้วมีแนวโน้มยึดติดกับนายจ้างเช่นดียวกับคนที่ทำงานร่วมกับกลุ่มเจนเนอเรชัน X ทั้งหลาย โดยจากการสำรวจของ Deloitte1 ในปี 2560 เกี่ยวกับทัศนคติของกลุ่มมิลเลนเนียล พบว่าคนกลุ่มนี้แสดงความภักดีมากขึ้นและทำงานหนักขึ้นกว่าแต่ก่อน

ผลสำรวจระบุว่าความไม่มั่นคงทางการเมืองและสังคมที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน กำลังผลักดันให้คนรุ่นมิลเลนเนียล ปรารถนาที่จะมีความมั่นคงมากขึ้น พวกเขาเต็มใจที่จะอยู่ในตำแหน่งงานนานเกินกว่าห้าปีขึ้นไป

2. กลุ่มมิลเลนเนียล เป็นพวกอู้งาน

คนกลุ่มมิลเลนเนียลมักใช้สมาร์ทโฟนอยู่ตลอดเวลา ซึ่งก็คือ“ ไม่ทำงาน” อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องง่ายที่จะหลงลืมไปว่าคนรุ่นนี้ โดยเฉพาะคนที่มีอายุอ่อนกว่า เติบโตมาพร้อมกับสมาร์ทโฟน

สิ่งที่คนในวัยสูงกว่าอาจไม่เห็นความจำเป็นในการทำสิ่งต่างๆ บนสมาร์ทโฟน เช่น การตรวจสอบอีเมล หรือใช้ google หาข้อมูล ซึ่งเป็นเรื่องปกติธรรมดามากสำหรับกลุ่มมิลเลนเนียล และอาจเป็นเหตุผลว่าทำไมพวกเขาใช้สมาร์ทโฟนเป็นเวลานาน

3. กลุ่มมิลเลนเนียล อยากได้ตำแหน่ง

ดูเหมือนว่ากลุ่มมิลเลนเนียล จะขอเวลาพักเบรกจากงานเพิ่มขึ้น จำนวนวันทำงานที่สั้นลง งานมีความยืดหยุ่นมากขึ้น และทั้งหมดนี้มาพร้อมค่าจ้างที่สูงขึ้น คำขอเหล่านี้เป็นไปเพื่อสร้างความสมดุลของชีวิตด้าน work-life balance มากกว่าเรื่องตำแหน่งการงาน กลุ่มมิลเลนเนียลเข้าใจถึงความสำคัญของการทำงาน แต่ยังนึกถึงครอบครัวและความสำคัญของการทำตัวเองให้ดีขึ้นด้วย

ส่วนเรื่องเงินเดือนที่สูงขึ้น เป็นเพียงตัวอย่างของการใช้ชีวิตในเวลาที่ต่างกัน คนกลุ่มมิลเลนเนียล ก็เหมือนกับคนรุ่นก่อนๆ มีเป้าหมายพื้นฐานของชีวิตเหมือนกัน คือ บ้าน อาชีพที่มั่นคง การออมเพื่อเกษียณ ครอบครัว แต่สิ่งเหล่านี้กลับแพงขึ้นในปัจจุบัน จากค่าครองชีพที่สูงขึ้นในหลายๆ ประเทศ

เมื่อคนรุ่นมิลเลนเนียลกำลังขึ้นเป็นกลุ่มประชากรส่วนใหญ่ของโลก การทำความเข้าใจพวกเขาจะเป็นกุญแจสำคัญเพื่อจะได้รู้จักพลังที่จะเป็นตัวกำหนดสังคม ธุรกิจ และการลงทุน

แหล่งข้อมูล:
1 https://www.fepc.or.jp/english/nuclear/necessary/index.html
2 https://www.theguardian.com/world/2012/sep/14/japan-end-nuclear-power
3 https://www.wartsila.com/twentyfour7/energy/space-based-solar-power-fact-or-fiction
4 https://www.mofa.go.jp/ic/ch/page25e_000147.html