บทสรุป
- ความต้องการเซิร์ฟเวอร์ AI ได้รับแรงสนับสนุนจากการนำ AI มาใช้งานที่เพิ่มขึ้น ปริมาณงานด้านการประมวลผลเพื่อใช้งานจริง ที่เติบโตขึ้น และการลงทุนในศูนย์ข้อมูลอย่างต่อเนื่อง
- ศักยภาพด้านการผลิตที่แข็งแกร่งและห่วงโซ่อุปทานที่เชื่อมโยงกันอย่างครบวงจร ทำให้เอเชียเป็นฐานสำคัญของระบบนิเวศเซิร์ฟเวอร์ AI ระดับโลก
- เมื่อมูลค่าในห่วงโซ่ AI เปลี่ยนไปอยู่ในแต่ละส่วนไม่เท่ากัน นักลงทุนจึงควรให้ความสำคัญกับธุรกิจที่มีอำนาจในการกำหนดราคา ที่แข็งแกร่ง ทำให้การคัดเลือกการลงทุนเชิงรุกมีความสำคัญมากขึ้น
แม้กระแสความสนใจอย่างมากต่อ AI จะมุ่งไปที่ชิปประมวลผลเป็นหลัก แต่การขยายตัวที่เกิดขึ้นจริงนั้นครอบคลุมในวงกว้างกว่า และมีโครงสร้างพื้นฐานเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญรองรับ ตลาดโครงสร้างพื้นฐาน AI สามารถรักษาอัตราการเติบโตในระดับเลขสองหลักที่สูงได้อย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดย International Data Corporation (IDC) คาดการณ์ว่า ตลาดดังกล่าวจะมีมูลค่าสูงถึง 7.58 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐภายใน ปี 2029 ซึ่งมีการลงทุนในเซิร์ฟเวอร์ AI เป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก¹ เนื่องจากเซิร์ฟเวอร์ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของโครงสร้างพื้นฐาน AI เซิร์ฟเวอร์หนึ่งเครื่องประกอบด้วยระบบประมวลผล ระบบควบคุม หน่วยความจำ ระบบจัดเก็บข้อมูล ระบบเครือข่าย ระบบจ่ายพลังงาน และระบบระบายความร้อน ร้อน ซึ่งผสานเข้าด้วยกันเพื่อรองรับความหนาแน่น ประสิทธิภาพ และความสามารถในการขยายระบบที่สูงขึ้น ขณะที่ศูนย์ข้อมูลหนึ่งแห่งประกอบด้วย server stack หลายพันชุด ข้อมูลจาก IDC ระบุว่า ในไตรมาส 2 ปี 2025 เซิร์ฟเวอร์มีสัดส่วนถึง 98% ของการใช้จ่ายด้าน AI ทั้งหมด และเติบโต 173.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
แนวโน้มการเติบโตของเซิร์ฟเวอร์ AI เป็นอย่างไร?
เซิร์ฟเวอร์แบบดั้งเดิมซึ่งใช้หน่วยประมวลผลกลาง (CPU) เป็นหลัก เหมาะกับงานที่ต้องประมวลผลแบบลำดับขั้น ขณะที่เซิร์ฟเวอร์ AI ใช้หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) ซึ่งสามารถประมวลผลหลายพันคำสั่งพร้อมกัน ทำให้รองรับงานที่มีความซับซ้อนได้รวดเร็วขึ้นและในระดับที่ใหญ่ขึ้นความต้องการเซิร์ฟเวอร์ AI จะได้รับแรงสนับสนุนจากหลายปัจจัย ได้แก่
a) การนำ AI มาใช้งานเพิ่มขึ้นในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น การดูแลสุขภาพ ค้าปลีก การเงิน และยานยนต์
b) การลงทุนอย่างต่อเนื่องของผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ (hyperscalers) เพื่อรักษาสถานะทางการตลาดและคว้าโอกาสจากการเติบโตในอนาคต
c) นโยบาย Sovereign AI ที่ผลักดันให้รัฐบาลประเทศต่าง ๆ เพิ่มการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา AI
เมื่อการนำ AI มาใช้งานแพร่หลายมากขึ้น การประมวลผลเพื่อใช้งานจริง (inference) มีแนวโน้มที่จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนความต้องการกำลังการประมวลผลที่สำคัญมากขึ้น ต่างจากการฝึกโมเดล (training) ซึ่งเกิดขึ้นเป็นช่วง ๆ การประมวลผลแบบ inference จะเกิดขึ้นทุกครั้งที่มีการใช้งานแอปพลิเคชัน AI จึงทำให้ความต้องการประมวลผลเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเป็นปัจจัยสนับสนุนการลงทุนในศูนย์ข้อมูลในระยะต่อไป
รูปที่ 1 คาดการณ์กำลังการรองรับของศูนย์ข้อมูลทั่วโลก (กิกะวัตต์)

ที่มา: Eastspring Investments, BofA Research ข้อมูล ณ เดือนพฤษภาคม 2026
ทำไมโครงสร้างพื้นฐาน AI จึงต้องพึ่งพาเอเชีย?
ความได้เปรียบของเอเชียในด้านเซิร์ฟเวอร์ AI มาจากความสามารถในการจัดหาชิ้นส่วนสำคัญ ศักยภาพด้านการผลิตและการประกอบที่แข็งแกร่ง ตลอดจนห่วงโซ่อุปทานที่เชื่อมโยงกันอย่างครบวงจร ซึ่งช่วยให้สามารถขยายกำลังการผลิตได้อย่างรวดเร็วตามความต้องการ AI ที่เพิ่มขึ้น ระบบนิเวศดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด โดยไต้หวันเป็นผู้นำด้านการผลิตและเทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์ขั้นสูง เกาหลีใต้เป็นผู้นำด้านหน่วยความจำ ญี่ปุ่นเป็นผู้จัดหาวัสดุและอุปกรณ์สำคัญ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีบทบาทด้านการประกอบและการนำระบบไปใช้งาน ขณะที่จีน มีบทบาททั้งด้านการผลิตชิ้นส่วนและศักยภาพการผลิตในในระดับขนาดใหญ่
รูปที่ 2: บทบาทของเอเชียในเซิร์ฟเวอร์ AI

ที่มา: Eastspring Investments ข้อมูล ณ เดือนมิถุนายน 2026
แม้มูลค่าทางเศรษฐกิจส่วนใหญ่จะอยู่ในธุรกิจออกแบบชิปและการประมวลผลของสหรัฐ แต่เอเชียเองก็ได้รับประโยชน์จากมูลค่าที่เกิดขึ้นในหลายส่วนของ AI server stack อย่างมีนัยสำคัญ นอกเหนือจากการเป็นผู้นำด้านการผลิตชิปแบบ Foundry หน่วยความจำ และเทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์แล้ว เอเชียยังมีบทบาทสำคัญด้านการประกอบและการผสานรวมระบบ ซึ่งกำลังมีความซับซ้อนมากขึ้นตามพัฒนาการของเซิร์ฟเวอร์ AI ไปสู่ระบบประมวลผลที่เชื่อมโยงเซิร์ฟเวอร์หลายเครื่องให้ทำงานร่วมกัน (rack-scale architectures) ระบบระบายความร้อนด้วยของเหลว และการเชื่อมต่อส่วนประกอบต่าง ๆ อย่างหนาแน่นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรับส่งข้อมูล ที่สำคัญ ระบบนิเวศนี้ได้รับการพัฒนามานานหลายทศวรรษ จนเกิดทั้งศักยภาพการผลิตในระดับขนาดใหญ่ ความเชี่ยวชาญ และเครือข่ายซัพพลายเออร์ที่สร้างตามได้ยาก แม้สหรัฐจะเป็นผู้นำด้านการออกแบบชิป ซอฟต์แวร์ และแพลตฟอร์มคลาวด์ ขณะที่ยุโรปยังคงมีจุดแข็งด้านอุปกรณ์และวัสดุ แต่ทั้งสองภูมิภาคยังไม่สามารถเทียบกับเอเชียในด้านความครอบคลุมตลอดห่วงโซ่มูลค่าของเซิร์ฟเวอร์ AI ภูมิภาคอื่นอาจได้รับประโยชน์จากการลงทุนในศูนย์ข้อมูลที่เพิ่มขึ้น แต่ห่วงโซ่อุปทานด้านเซมิคอนดักเตอร์และเซิร์ฟเวอร์ AI ยังมีการพัฒนาน้อยกว่า ด้วยเหตุนี้ เอเชียจึงยังคงมีบทบาทสำคัญต่อการขยายโครงสร้างพื้นฐาน AI ทั่วโลก
นักลงทุนควรมองการเปลี่ยนแปลงของมูลค่าใน AI stack อย่างไร?
มูลค่าทางเศรษฐกิจขององค์ประกอบแต่ละส่วนในระบบเซิร์ฟเวอร์สามารถเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ตามพัฒนาการของอุตสาหกรรม นักลงทุนจึงควรติดตามว่ามูลค่ากำลังเปลี่ยนไปอยู่ในส่วนใดของระบบ ปัจจุบัน CPU มีบทบาทลดลงเมื่อเทียบกับ GPU ขณะที่ชิปที่ออกแบบมาเฉพาะงานเริ่มเข้ามาแย่งส่วนแบ่งจาก GPU ในเวลาเดียวกัน HBM เทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์ขั้นสูง และเทคโนโลยีการเชื่อมต่อ กำลังกลายเป็นข้อจำกัดสำคัญของระบบ ดังนั้น มูลค่าทางเศรษฐกิจไม่ได้หายไป แต่มีแนวโน้มเปลี่ยนไปสู่ส่วนที่ยังคงมีความสำคัญต่อการเพิ่มสมรรถนะและประสิทธิภาพของระบบ สำหรับนักลงทุน ความท้าทายสำคัญจึงอยู่ที่การมองหาว่า ส่วนใดของห่วงโซ่มูลค่ามีอำนาจในการกำหนดราคา การคัดเลือกบริษัทจึงมีความสำคัญ เพราะไม่ใช่ทุกบริษัทที่เกี่ยวข้องกับเซิร์ฟเวอร์ AI จะได้รับประโยชน์ในระดับเดียวกัน บางบริษัทอาจได้ประโยชน์จากปริมาณความต้องการที่เพิ่มขึ้น แต่อัตรากำไรอาจยังถูกกดดัน
ในทางกลับกัน ธุรกิจอย่างหน่วยความจำ การผลิตชิปแบบ Foundry ขั้นสูง เทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์ ระบบการเชื่อมต่อ ระบบจ่ายพลังงาน และระบบระบายความร้อน อาจมีอำนาจในการกำหนดราคาที่แข็งแกร่งกว่า หากข้อจำกัดด้านกำลังการผลิตและอุปทานยังคงอยู่ ท้ายที่สุด ความต้องการเซิร์ฟเวอร์ AI จะเติบโตได้อย่างยั่งยืนเพียงใด ขึ้นอยู่กับความสำเร็จในการสร้างรายได้จาก AI เมื่อการนำ AI มาใช้งานแพร่หลายมากขึ้น และปริมาณงานด้านการประมวลผลเพื่อใช้งานจริง (inference) เพิ่มขึ้น ความต้องการโครงสร้างพื้นฐานจะเชื่อมโยงกับการใช้งานจริงมากขึ้น แทนที่จะเกิดจากการลงทุนตามกระแสเพียงอย่างเดียว ขณะเดียวกัน ความเร็วในการนำ AI มาใช้งานกำลังเผชิญข้อจำกัดจากโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพมากขึ้น โดยเฉพาะระบบพลังงาน ซึ่งกำลังกลายเป็นข้อจำกัดที่สำคัญที่สุด ทั้งการใช้งาน AI ที่เพิ่มขึ้นและข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐาน จึงเป็นปัจจัยสนับสนุนให้การลงทุนและการขยายโครงสร้างพื้นฐาน AI ดำเนินต่อเนื่องไปอีกหลายปี โดยมีเอเชียเป็นศูนย์กลางสำคัญของการขยายตัวในด้านโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าว
บทความนี้เป็นบทความลำดับที่สามจากทั้งหมด 5 บทความในซีรีส์ที่นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับวัฏจักรเทคโนโลยี AI และโอกาสการลงทุนในเอเชีย ตลอดช่วงการพัฒนาและการเติบโตของวัฏจักร AI
ติดตามบทความถัดไป “ทำไมการเปลี่ยนผ่านสู่ Edge AI จึงเป็นประโยชน์ต่อเอเชีย” ซึ่งจะพาไปเจาะลึกถึงความได้เปรียบของเอเชียในด้าน Edge AI
ข้อมูล คำแนะนำบทวิเคราะห์ และการแสดงความเห็นต่างๆ ที่ปรากฎอยู่ในเอกสารฉบับนี้ ได้จัดทำขึ้นบนพื้นฐานของแหล่งข้อมูลที่ได้รับมาจาก แหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ เพื่อเป็นการเผยแพร่ความรู้และให้ความเห็นตามหลักวิชาการเท่านั้นโดยไม่มุ่งหมายให้ถือเป็นการชักชวนหรือชี้นำให้ซื้อ และ/หรือขายผลิตภัณฑ์ด้านการลงทุนประเภทต่างๆ ตามที่ปรากฎในเอกสารฉบับนี้ และไม่ถือเป็นการให้คำปรึกษาหรือคำแนะนำเกี่ยวกับการทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ด้านการลงทุนของบริษัทต่างๆ ตามที่ระบุหรือถูกกล่าวถึงไว้ในเอกสารฉบับนี้แต่อย่างใด ทั้งนี้ทีมงานไม่อาจยืนยันและรับรองความครบถ้วนสมบูรณ์หรือถูกต้องของข้อมูลดังกล่าวข้างต้นได้ และไม่ว่าจะด้วยเหตุใดก็ตาม ทีมงานไม่ขอรับผิดชอบต่อความเสียหายในรายได้ หรือประโยชน์ใดๆ ทั้งทางตรงและทางอ้อมที่เกิดขึ้นจากการนำ ข้อมูล ข้อความ ความเห็น และ/หรือบทสรุปต่างๆ ที่ปรากฏในเอกสารฉบับนี้ไปใช้ไม่ว่ากรณีใดๆ
ความคิดเห็นใดๆ ในเอกสารฉบับนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของทีมผู้เขียน มิได้เป็นความคิดเห็นอย่างเป็นทางการของ บลจ. อีสท์สปริง (ประเทศไทย) ดังนั้น บลจ.อีสท์สปริง (ประเทศไทย) จึงไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น ทั้งนี้เอกสารควรใช้คู่กับหนังสือชี้ชวน
การลงทุนมิใช่การฝากเงินและมีความเสี่ยงในการลงทุน ผู้ถือหน่วยลงทุนอาจได้รับเงินลงทุนมากกว่าหรือน้อยกว่าการลงทุนเริ่มแรกก็ได้ และอาจไม่ได้รับชำระเงินค่าขายคืนหน่วยลงทุนภายในระยะเวลาที่กำหนดหรืออาจไม่สามารถขายคืนหน่วยลงทุนได้ตามที่มีคำสั่งไว้
แม้ว่ากองทุนรวมตลาดเงินลงทุนได้เฉพาะทรัพย์สินที่มีความเสี่ยงต่ำ แต่มีโอกาสขาดทุนได้ การลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมตลาดเงินไม่ใช่การฝากเงิน และมีความเสี่ยงจากการลงทุนซึ่งผู้ลงทุนอาจไม่ได้รับเงินลงทุนคืนเต็มจำนวน
