บทสรุป
- วัฏจักรเทคโนโลยีแต่ละรอบสร้างผู้นำและโอกาสการลงทุนใหม่ ๆ ขึ้นมา โดยวัฏจักรปัจจุบันมี AI เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญซึ่งได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นเทคโนโลยีที่มีศักยภาพในการสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
- วัฏจักร AI มีแนวโน้มพัฒนาไปเป็นหลายระยะ และเปิดโอกาสการลงทุนในวงกว้าง โดยเฉพาะบริษัทที่สามารถขยายธุรกิจ ดำเนินกลยุทธ์ และสร้างรายได้จาก AI ได้จริง เมื่อวัฏจักรพัฒนาเข้าระยะที่สมบูรณ์มากขึ้น
- นักลงทุนไม่ควรมองเฉพาะบริษัทผู้นำด้าน AI ในสหรัฐ แต่ควรมองหาโอกาสจากบริษัทในห่วงโซ่อุปทานของเอเชีย ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนและรองรับการขยายตัวของระบบนิเวศ AI
นับตั้งแต่ทศวรรษ 1960 เป็นต้นมา พัฒนาการครั้งสำคัญทางเทคโนโลยีได้เปลี่ยนวิถีการใช้ชีวิต การทำงาน และการเชื่อมต่อระหว่างผู้คน เทคโนโลยีแต่ละระลอกได้สร้างบริษัทผู้นำที่โดดเด่นและสร้างผลตอบแทนการลงทุนที่น่าสนใจ อย่างไรก็ตาม บางช่วงของวัฏจักรก็มาพร้อมกับการเติบโตอย่างร้อนแรง ก่อนจะปรับตัวลงอย่างรุนแรง จึงเป็นสิ่งสำคัญที่นักลงทุนต้องแยกให้ออกระหว่างกระแสความคาดหวังกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริง
เทคโนโลยีระลอกล่าสุดคือปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ซึ่งได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นเทคโนโลยีที่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ วัฏจักรเทคโนโลยีในอดีตส่วนใหญ่ช่วยเพิ่มการเข้าถึงข้อมูล ประสิทธิภาพ และการเชื่อมต่อ แต่ AI ก้าวไปไกลกว่านั้น ด้วยการเปลี่ยนทั้งรูปแบบการทำงานและกระบวนการตัดสินใจในหลากหลายอุตสาหกรรม
AI มีความโดดเด่นในสองด้าน ประการแรก เทคโนโลยีในอดีตเปลี่ยนแปลงวิธีที่ผู้คนเข้าถึงข้อมูล สื่อสาร และบริโภค ขณะที่ AI กำลังเปลี่ยนแปลงวิธีคิด การตัดสินใจ และการสร้างสรรค์ ประการที่สอง AI สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในหลากหลายอุตสาหกรรม จึงเปิดโอกาสได้ในวงกว้างกว่า อีกทั้งยังสามารถต่อยอดจากโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่มีอยู่ ซึ่งช่วยลดอุปสรรคในการนำไปใช้งานและเร่งให้เกิดการใช้งานอย่างแพร่หลายมากขึ้น
เนื่องจากการนำ AI มาใช้งานเกิดขึ้นทั้งรวดเร็วและในวงกว้างกว่าวัฏจักรเทคโนโลยีที่ผ่านมา ความรวดเร็วดังกล่าวอาจทำให้วัฏจักรตลาดสั้นลง และส่งผลให้ความคาดหวังของตลาดและระดับมูลค่าการลงทุนผันผวนมากขึ้น ด้วยเหตุนี้ การแยกแยะบริษัทที่มีศักยภาพเป็นผู้ชนะออกจากบริษัทที่ตามหลังจึงยิ่งมีความสำคัญสำหรับนักลงทุน
บทเรียนจากวัฏจักรเทคโนโลยีในอดีต
วัฏจักรเทคโนโลยีทุกยุคล้วนมีช่วงที่ความคาดหวังของตลาดวิ่งนำหน้าความเป็นจริง และเป็นเรื่องยากที่จะรู้ว่าบริษัทผู้นำด้าน AI ในวันนี้ จะยังคงเป็นผู้นำตลาดในอนาคตหรือไม่
ดังนั้น การย้อนกลับไปมองวัฏจักรเทคโนโลยีในอดีตจึงช่วยให้เราเห็นภาพว่า มูลค่าถูกสร้างขึ้นอย่างไร กระจุกตัวอยู่ในส่วนใด และมีปัจจัยอะไรที่นักลงทุนควรจับตาในวัฏจักรปัจจุบัน
วัฏจักรเทคโนโลยีสำคัญนับตั้งแต่ทศวรรษ 1960
Source: Eastspring Investments. June 2026
เมื่อมองผ่านวัฏจักรที่ผ่านมา จะเห็นได้ชัดว่าบทบาทของเอเชียในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปมาก
อีกประเด็นที่สำคัญไม่แพ้กันคือ เทคโนโลยีที่แข็งแกร่งไม่ได้หมายความว่าจะสร้างผลลัพธ์ด้านการลงทุนที่ดีเสมอไป ผู้นำตลาดสามารถเปลี่ยนได้ตามกาลเวลา มูลค่ามักกระจุกตัวอยู่ในบริษัทบางกลุ่ม และช่วงที่ตลาดมองบวกมากเกินไปอาจเพิ่มทั้งความเสี่ยงจากการกระจุกตัวและความเสี่ยงด้านระดับมูลค่า การคัดเลือกหุ้นอย่างมีวินัยจึงมีความสำคัญอย่างมาก
เราอยู่ตรงไหนของวัฏจักร AI
โดยทั่วไป วัฏจักรเทคโนโลยีจะเริ่มจากระยะแรกที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็วและเต็มไปด้วยกระแสความสนใจ ก่อนเข้าสู่ระยะกลางที่เริ่มสร้างรายได้และกำไร และพัฒนาเข้าสู่ระยะปลาย ซึ่งเป็นช่วงที่อุตสาหกรรมเริ่มรวมตัวและการเติบโตชะลอลง แต่สิ่งสำคัญคือ วัฏจักรเทคโนโลยีไม่ได้หายไปเมื่อผ่านจุดสูงสุด เทคโนโลยีเหล่านั้นจะพัฒนาต่อไป ต่อยอดจากโครงสร้างพื้นฐานและระบบนิเวศที่มีอยู่ และกลายเป็นรากฐานของเทคโนโลยีระลอกถัดไป
อินเทอร์เน็ตสร้างการเชื่อมต่อและแพลตฟอร์มต่าง ๆ เทคโนโลยีโมบายล์ต่อยอดสิ่งเหล่านี้ผ่านอุปกรณ์และระบบนิเวศ ส่วนคลาวด์ยังคงเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักที่รองรับ AI ในปัจจุบัน แม้เทคโนโลยีเหล่านี้จะผ่านช่วงการเติบโตสูงสุดไปแล้ว แต่ยังคงมีความสำคัญในเชิงโครงสร้าง และสามารถสร้างกำไรและกระแสเงินสดที่มั่นคงได้อย่างต่อเนื่อง
สำหรับ AI ยังคงอยู่ในช่วงของการเร่งสร้างและขยายโครงสร้างพื้นฐาน โดยเงินลงทุนส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในในโครงสร้างพื้นฐาน ที่จำเป็นต่อการรองรับ AI ไม่ว่าจะเป็น กำลังการประมวลผลหรือศูนย์ข้อมูล
การนำวัฏจักร AI ไปเปรียบเทียบกับดอทคอมจึงเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เพราะทั้งสองช่วงต่างมาพร้อมกับความคาดหวังของตลาดที่สูง เงินทุนไหลเข้าจำนวนมาก และราคาที่สะท้อนความคาดหวังในอนาคตล่วงหน้าไปแล้ว อย่างไรก็ตาม วัฏจักรเทคโนโลยีครั้งนี้มีความแตกต่างอยู่ 3 ข้อ
- AI กำลังสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง และเริ่มเห็นการสร้างรายได้จาก AI ชัดเจนมากขึ้น แต่ยังเกิดขึ้นไม่ทั่วถึง โดยการเติบโตของกำไรยังคงขับเคลื่อนโดยบริษัทผู้นำเพียงไม่กี่ราย
- ความต้องการใช้โทเคนเพิ่มขึ้นแบบทวีคูณและเติบโตเร็วกว่ากำลังการประมวลผล การเปลี่ยนจากการฝึกโมเดล (training) ไปสู่การประมวลผลเพื่อใช้งานจริง (inference) ยิ่งทำให้ช่องว่างดังกล่าวกว้างขึ้น เพราะความต้องการใช้งานในขั้น inference เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและเพิ่มสูงขึ้น
- สำหรับผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ (hyperscalers) การเข้าถึงกำลังการประมวลผลได้ก่อนถือเป็นความได้เปรียบสำคัญ เมื่อกำลังการผลิตกลายเป็นข้อจำกัด ประเด็นจึงไม่ได้อยู่ที่ราคาเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่คือใครสามารถส่งมอบได้เร็วและรองรับความต้องการในระดับขนาดใหญ่ได้
ประเด็นสำคัญที่นักลงทุนควรพิจารณา
วัฏจักร AI มีแนวโน้มจะพัฒนาไปเป็นหลายระยะ ภายใต้แนวโน้มเชิงโครงสร้างที่กินเวลายาวนาน ซึ่งเปิดโอกาสการลงทุนได้ในวงกว้าง แต่โอกาสเหล่านี้ไม่ได้ปราศจากความเสี่ยง ความคาดหวังที่สูงและเม็ดเงินลงทุนจำนวนมาก อาจเพิ่มโอกาสที่ตลาดจะเกิดการปรับฐานเป็นระยะขณะที่วัฏจักรดอทคอมในอดีตขับเคลื่อนโดยการเพิ่มขึ้นของระดับมูลค่าเป็นหลัก โดยที่มีกำไรรองรับค่อนข้างจำกัด แต่วัฏจักรปัจจุบันเริ่มเห็นการสร้างกำไรที่ชัดเจนแล้ว แม้กำไรดังกล่าวยังคงกระจุกตัวอยู่ในบริษัทบางกลุ่ม
อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ของวัฏจักร AI ยังขึ้นอยู่กับกฎระเบียบ การแข่งขัน และพลวัตด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่เกิดขึ้นตลอดทั้งห่วงโซ่มูลค่า ในระยะนี้ ความเสี่ยงสำคัญคือการเข้าลงทุนในราคาที่สูงเกินไป ในจังหวะที่ไม่เหมาะสมของวัฏจักร ดังนั้น นักลงทุนจึงควรมุ่งไปที่การคัดเลือกบริษัทที่สามารถสร้างรายได้จาก AI ได้แล้ว หรือมีอำนาจในการกำหนดราคาที่ชัดเจน รวมถึงมีศักยภาพในการขยายธุรกิจ ดำเนินกลยุทธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และต่อยอดการเติบโตได้อย่างต่อเนื่องเมื่อวัฏจักร AI พัฒนาเข้าสู่ระยะที่เติบโตเต็มที่มากขึ้นอย่างไรก็ตาม โอกาสการลงทุนไม่ได้กระจายตัวอย่างเท่าเทียมกัน
ปัจจุบันความสนใจส่วนใหญ่ยังคงอยู่ที่บริษัทจดทะเบียนในสหรัฐเพียงไม่กี่ราย แต่นั่นสะท้อนเพียงส่วนหนึ่งของระบบนิเวศ AI เท่านั้น ความแตกต่างระหว่าง “ที่ที่ AI ถูกพัฒนา” กับ “ที่ที่ทำให้ AI สามารถเกิดขึ้นและขยายการใช้งานได้” จึงมีความสำคัญมากขึ้น แม้สหรัฐจะมีบทบาทสำคัญในการพัฒนา AI แต่ผู้ผลิตในห่วงโซ่อุปทานของเอเชียถือเป็นหนึ่งในฐานสำคัญที่รองรับพัฒนาการและความก้าวหน้าของ AI ตลอดช่วง 4 ปีที่ผ่านมา
AI ครอบคลุมห่วงโซ่มูลค่าหลายระดับ
Source: Eastspring Investments. June 2026
ตั้งแต่การพัฒนาของ Generative AI มาสู่ Agentic AI ในปัจจุบัน และต่อไปสู่ Physical AI ในอนาคต ผู้ผลิตในห่วงโซ่อุปทานของเอเชีย ทั้งในไต้หวัน เกาหลีใต้ จีน และญี่ปุ่น จะยังคงมีบทบาทสำคัญในการรองรับการพัฒนาและการขยายตัวของระบบนิเวศ AI ดังนั้น การทำความเข้าใจว่ามูลค่าถูกสร้างขึ้นในส่วนใดของระบบนิเวศ และเอเชียสามารถเข้าถึงและสร้างประโยชน์จากมูลค่าดังกล่าวได้อย่างไร จึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับนักลงทุน
บทความนี้เป็นบทความแรกจากทั้งหมด 5 บทความในซีรีส์ที่นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับวัฏจักรเทคโนโลยี AI และโอกาสการลงทุนในเอเชีย ตามพัฒนาการของวัฏจักร AI ในแต่ละช่วงจนเข้าสู่ระยะที่เติบโตเต็มที่มากขึ้น
ติดตามบทความถัดไป “ทำไมจึงควรลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีเอเชีย?” ซึ่งจะพาไปเจาะลึกว่านักลงทุนสามารถเข้าถึงโอกาสจากการเติบโตของ AI ผ่านห่วงโซ่อุปทานของเอเชียได้อย่างไร ในช่วงที่การสร้างและรับประโยชน์จากมูลค่ากำลังเพิ่มขึ้นในภูมิภาค
ข้อมูล คำแนะนำบทวิเคราะห์ และการแสดงความเห็นต่างๆ ที่ปรากฎอยู่ในเอกสารฉบับนี้ ได้จัดทำขึ้นบนพื้นฐานของแหล่งข้อมูลที่ได้รับมาจาก แหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ เพื่อเป็นการเผยแพร่ความรู้และให้ความเห็นตามหลักวิชาการเท่านั้นโดยไม่มุ่งหมายให้ถือเป็นการชักชวนหรือชี้นำให้ซื้อ และ/หรือขายผลิตภัณฑ์ด้านการลงทุนประเภทต่างๆ ตามที่ปรากฎในเอกสารฉบับนี้ และไม่ถือเป็นการให้คำปรึกษาหรือคำแนะนำเกี่ยวกับการทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ด้านการลงทุนของบริษัทต่างๆ ตามที่ระบุหรือถูกกล่าวถึงไว้ในเอกสารฉบับนี้แต่อย่างใด ทั้งนี้ทีมงานไม่อาจยืนยันและรับรองความครบถ้วนสมบูรณ์หรือถูกต้องของข้อมูลดังกล่าวข้างต้นได้ และไม่ว่าจะด้วยเหตุใดก็ตาม ทีมงานไม่ขอรับผิดชอบต่อความเสียหายในรายได้ หรือประโยชน์ใดๆ ทั้งทางตรงและทางอ้อมที่เกิดขึ้นจากการนำ ข้อมูล ข้อความ ความเห็น และ/หรือบทสรุปต่างๆ ที่ปรากฏในเอกสารฉบับนี้ไปใช้ไม่ว่ากรณีใดๆ
ความคิดเห็นใดๆ ในเอกสารฉบับนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของทีมผู้เขียน มิได้เป็นความคิดเห็นอย่างเป็นทางการของ บลจ. อีสท์สปริง (ประเทศไทย) ดังนั้น บลจ.อีสท์สปริง (ประเทศไทย) จึงไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น ทั้งนี้เอกสารควรใช้คู่กับหนังสือชี้ชวน
การลงทุนมิใช่การฝากเงินและมีความเสี่ยงในการลงทุน ผู้ถือหน่วยลงทุนอาจได้รับเงินลงทุนมากกว่าหรือน้อยกว่าการลงทุนเริ่มแรกก็ได้ และอาจไม่ได้รับชำระเงินค่าขายคืนหน่วยลงทุนภายในระยะเวลาที่กำหนดหรืออาจไม่สามารถขายคืนหน่วยลงทุนได้ตามที่มีคำสั่งไว้
แม้ว่ากองทุนรวมตลาดเงินลงทุนได้เฉพาะทรัพย์สินที่มีความเสี่ยงต่ำ แต่มีโอกาสขาดทุนได้ การลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมตลาดเงินไม่ใช่การฝากเงิน และมีความเสี่ยงจากการลงทุนซึ่งผู้ลงทุนอาจไม่ได้รับเงินลงทุนคืนเต็มจำนวน
